แบงก์-นอนแบงก์
ออมสิน ขานรับนโยบายรัฐ ประกาศพักหนี้อัตโนมัติ - ไม่คิดดอกเบี้ย 3 เดือน ช่วยลูกค้าตั้งหลักฝ่าภัยน้ำท่วม พร้อมชุดสินเชื่อฉุกเฉิน - ฟื้นฟู ปลอดจ่ายต้นและดอกเบี้ย 0% 3 เดือนแรก สำหรับการซ่อมบ้าน ฟื้นอาชีพและกิจการ


 

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องจนทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศ รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน ธนาคารออมสินพร้อมขานรับนโยบายของกระทรวงการคลัง ในการดำเนินมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม ด้วยการ ประกาศพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน เพื่อลดภาระทางการเงินให้กับลูกค้าทันที ให้สามารถตั้งหลัก และมีเวลารับมือกับสถานการณ์หรือเรื่องจำเป็นตรงหน้า พร้อมจัดชุดสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษรองรับผู้ที่จำเป็นต้องใช้จ่ายฉุกเฉิน การซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และใช้ในการฟื้นฟูอาชีพหรือกิจการ เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย

 
มาตรการพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน โดยดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาพักหนี้ ธนาคารยกให้ทั้งหมด ลูกหนี้ไม่ต้องชำระคืนภายหลัง ส่วนเงินต้นที่พักไว้ 3 งวด จะถูกรวมไปชำระในงวดสุดท้าย และเมื่อครบกำหนดพักชำระหนี้แล้ว ลูกหนี้จะกลับมาชำระเงินงวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ครอบคลุมลูกหนี้สินเชื่อทุกกลุ่ม (ยกเว้นบางประเภทตามเงื่อนไข*) ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ภัยพิบัติตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยธนาคารจะทยอยแจ้งสิทธิ์ผ่าน SMS หรือจดหมายโดยตรง หากไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการฯ สามารถติดต่อแจ้งได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือ GSB Contact Center โทร. 1115 เพื่อชำระหนี้ได้ตามปกติ 

ธนาคารยังจัดชุดสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษ ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก โดยสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องใช้เงินในช่วงวิกฤต ธนาคารมี สินเชื่อฉุกเฉินสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อเป็นเงินทุนใช้จ่ายดำรงชีพในช่วงนี้ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย ไม่ต้องใช้หลักประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) = 0.60% ต่อเดือน ผ่อนชำระได้สูงสุด 24 เดือน ยื่นความประสงค์ได้ที่สาขาธนาคารออมสิน อีกทางเลือกคือ สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) = 0.50% ต่อเดือน ผ่อนชำระได้สูงสุด 60 เดือน

เมื่อถึงช่วงฟื้นฟู ผู้ที่ต้องซ่อมแซมเครื่องมือทำกินหรือใช้ทุนหมุนเวียนเพื่อกลับมาประกอบอาชีพ สามารถขอ สินเชื่อฟื้นฟูรายย่อยสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย (Effective Rate) = 15.00% ต่อปี  ผ่อนชำระได้สูงสุด 7 ปี ส่วนผู้ที่บ้านได้รับความเสียหายและต้องการซ่อมแซม มี สินเชื่อฟื้นฟูบ้านสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 – 24 อัตราดอกเบี้ย 2.00% ต่อปี ปีที่ 3 = MRR – 3.35% ต่อปี และปีที่ 4 เป็นต้นไป = MRR – 0.75% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ย MRR ในปัจจุบัน ประกาศ ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 6.045% ต่อปี) พร้อมสนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท

สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่สถานประกอบการได้รับความเสียหาย หรือจำเป็นต้องลงทุนในสิ่งป้องกันภัย ธนาคารมี สินเชื่อเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน SMEs ที่ประสบภัยพิบัติ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย กรณีใช้ บสย. ค้ำประกันเต็มวงเงินกู้ ให้กู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย ผ่อนชำระได้สูงสุด 7 ปี อัตราดอกเบี้ยปีแรก = MLR – 2.65% ต่อปี ปีที่ 2 เป็นต้นไป = MLR (อัตราดอกเบี้ย MLR ในปัจจุบัน ประกาศ ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 6.025% ต่อปี) ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุดไม่เกิน 1 ปี เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด 
 
ธนาคารออมสินพร้อมดูแลลูกค้าและประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ทั้งการแบ่งเบาภาระหนี้ในช่วงน้ำท่วม และสนับสนุนการฟื้นฟูบ้าน อาชีพ และกิจการเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ตามภารกิจ “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” และธนาคารออมสินขอส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกคนปลอดภัยและก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน ศึกษารายละเอียดมาตรการและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

*หมายเหตุ : มาตรการพักหนี้ไม่รวมสินเชื่อบางประเภท เช่น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่, สินเชื่อชีวิตสุขสันต์, สินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ โดยสินเชื่อ Soft loan สินเชื่อองค์กรชุมชน และสินเชื่อตามนโยบายรัฐ (PSA) และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 26 ก.ย. 2569 เวลา : 21:40:41
27-09-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (25 ก.ย.69) บวก 5.05 จุด ดัชนี 1,607.63 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (25 ก.ย.69) บวก 6.60 จุด ดัชนี 1,609.18 จุด

3. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (24 ก.ย.69) ร่วง 20.40 ดอลลาร์ กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนธ.ค. เหตุน้ำมัน-บอนด์ยีลด์พุ่งกดดันเงินเฟ้อสูง

4. พยากรณ์อากาศวันนี้ (25 ก.ย.69) ฝนถล่มหนักทั่วไทย "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก" 80% ภาคอีสาน-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 70% ภาคเหนือ-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 60% เรือเล็กงดออกจากฝั่งจนถึง 27 ก.ย.

5. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (24 ก.ย.69) ร่วง 161.61 จุด กังวลน้ำมัน-บอนด์ยีลด์พุ่ง กดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ยอีกรอบเดือน ธ.ค.

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ (25 ก.ย.69) ปรับขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 68,700 บาท

7. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (25 ก.ย.69) บวก 2.55 จุด ดัชนี 1,605.13 จุด

8. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงอ่อนตัวและปิดต่ำกว่า 4,300 เหรียญเป็นวันที่ 2 โดยลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,244 เหรียญ ก่อนมีแรงซื้อกลับเข้ามา

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (25 ก.ย.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.48 บาทต่อดอลลาร์

10. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.30-33.55 บาท/ดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (24 ก.ย.69) ลบ 8.12 จุด ดัชนี 1,602.58 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (24 ก.ย.69) ลบ 6.74 จุด ดัชนี 1,603.96 จุด

13. MTS Gold คาดราคาทองคำปิดต่ำกว่า 4,300 เหรียญ ก่อนช่วงเช้าวันนี้พยายามกลับมายืนเหนือระดับดังกล่าว หลังถูกกดดันจากตัวเลข PMI สหรัฐฯ ที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด

14. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (23 ก.ย.69) ร่วง 58 เหรียญ กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย-ดอลลาร์แข็งค่าบอนด์ยีลด์พุ่งฉุดตลาด

15. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (23 ก.ย.69) ร่วง 352.10 จุด กังวลราคาน้ำมัน-บอนด์ยีลด์พุ่ง

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 27, 2026, 3:12 am