
น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า
เศรษฐกิจด้านอุปสงค์
การบริโภคภาคเอกชน
เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อน ตามการใช้จ่ายในหมวดบริการโดยเฉพาะโรงแรมและร้านอาหาร สอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยชะลอลงหลังเร่งไปในเดือนก่อนที่มีวันหยุดยาวพิเศษ การใช้จ่ายในหมวดสินค้ากึ่งคงทนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามปริมาณการนำเข้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ด้านการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากทั้งยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ อย่างไรก็ดี หมวดสินค้าไม่คงทนทรงตัว โดยยอดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งจากที่ได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ ขณะที่ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและการใช้ไฟฟ้าปรับลดลง ด้านดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับดีขึ้นต่อเนื่องจากมาตรการภาครัฐเป็นสำคัญ แม้ยังมีความกังวลต่อค่าครองชีพและภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูง
การลงทุนภาคเอกชน
เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้น
จากเดือนก่อน จากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ตาม
ยอดจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศโดยเฉพาะเครื่องจักรและเครื่องมือไฟฟ้า และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ประกอบกับการนำเข้าสินค้าทุนที่เพิ่มขึ้นจากหมวดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงาน นอกจากนี้ การลงทุนในหมวดยานพาหนะเพิ่มขึ้นตามยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งและการนำเข้าเครื่องบิน ขณะที่ยอดจดทะเบียนรถกระบะลดลง อย่างไรก็ตาม การลงทุนหมวดก่อสร้างลดลงเล็กน้อย จากหมวดที่มิใช่ที่อยู่อาศัยในกลุ่มโรงงานในพื้นที่นิคมฯ และอาคารเพื่อการพาณิชย์ ขณะที่การก่อสร้างที่อยู่อาศัยทรงตัว
จำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
จำนวนนักท่องเที่ยวที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ส่วนหนึ่งจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน ประกอบกับนักท่องเที่ยวอินเดียปรับเพิ่มขึ้นบ้างแต่ยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่กลุ่มตลาดระยะไกลทรงตัว หลังเร่งไปในเดือนก่อน สำหรับรายรับภาคท่องเที่ยวที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลทรงตัวจากเดือนก่อน โดยค่าใช้จ่ายต่อทริปลดลงจากจำนวน
วันพักที่สั้นลงโดยเฉพาะกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) ตามจำนวนเที่ยวบินที่เริ่มกลับมาปกติมากขึ้น โดยในเดือน ส.ค. 69 จำนวนเที่ยวบินระยะไกลกลับมาฟื้นตัวได้เกือบเท่าช่วงก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง
การส่งออกสินค้า
มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลทรงตัวจากเดือนก่อน โดยหมวดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าปรับลดลงแต่ยังอยู่ในระดับสูงตามแรงส่งจากวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ของโลก โดยการส่งออกชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ไปสหรัฐฯ จีน และมาเลเซีย รวมทั้งแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนไปฮ่องกงปรับลดลง อย่างไรก็ดี การส่งออกอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลชนิดโซลิดสเตต (SSD) ไปสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ หมวดยานยนต์ปรับลดลงตามการส่งออกรถยนต์นั่งไปอาเซียน ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย รวมถึงชิ้นส่วนยานยนต์ไปอาเซียน สำหรับการส่งออกปิโตรเลียมปรับเพิ่มขึ้นตามการส่งออกน้ำมันดีเซลไปสิงคโปร์และมาเลเซีย ประกอบกับหมวดสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ตามการส่งออกน้ำตาลไปอินโดนีเซีย
การนำเข้าสินค้า
มูลค่าการนำเข้าสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จากหมวดเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ และตะวันออกกลาง นอกจากนี้ หมวดสินค้าทุนไม่รวมเครื่องบินเพิ่มขึ้นตามการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์จากอาเซียนและสหราชอาณาจักรเป็นสำคัญ ประกอบกับหมวดสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นตามการนำเข้าโทรศัพท์มือถือจากจีน อย่างไรก็ตาม การนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางลดลงตามการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าจากไต้หวัน สอดคล้องกับการส่งออกสินค้าในหมวดนี้ที่ปรับลดลง
การใช้จ่ายภาครัฐ
การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากระยะเดียวกันในปีก่อนจากทั้งรายจ่ายของรัฐบาลกลางและรัฐวิสาหกิจ โดยรายจ่ายประจำของรัฐบาลกลางขยายตัวตามการเบิกจ่ายค่าจัดการเรียนการสอนของหน่วยงานด้านการศึกษา และรายจ่ายอุดหนุนและค่าจัดบริการด้านสาธารณสุข นอกจากนี้ รายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลางขยายตัวตามการเบิกจ่ายของหน่วยงานด้านคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค สำหรับรายจ่ายลงทุนรัฐวิสาหกิจขยายตัวตามการเบิกจ่ายลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคและคมนาคมเป็นสำคัญ
เศรษฐกิจด้านอุปทาน
การผลิตภาคอุตสาหกรรม
ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรม (MPI) ที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วลดลงจากเดือนก่อน จากการผลิตอุปกรณ์ในการรับส่งสัญญาณแบบออปติคอลที่ชะลอลงหลังเร่งไปในช่วงก่อน ประกอบกับการผลิตในหมวดฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์และคอมพิวเตอร์ รวมถึงหมวดยานยนต์โดยเฉพาะรถยนต์นั่งปรับลดลง สอดคล้องกับการส่งออกที่ลดลง อย่างไรก็ดี การผลิตหมวดปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น ตามการสะสมสินค้าคงคลังของผู้ประกอบการ ขณะที่การผลิตในหมวดเคมีภัณฑ์เพิ่มขึ้นตามการผลิตปุ๋ยเคมีและสีจากอุปสงค์ในประเทศที่ปรับดีขึ้น
ภาคบริการ
เครื่องชี้ภาคบริการที่ไม่รวมการซื้อขายทองคำและขจัด
ปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน ตามกิจกรรมในภาคการค้าและการขนส่งสินค้า สอดคล้องกับภาคการผลิต การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และการขายส่งเชื้อเพลิงที่ลดลง อย่างไรก็ดี กิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวปรับดีขึ้น ทั้งธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร รวมถึงธุรกิจขนส่งผู้โดยสาร ตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นเป็นสำคัญ
รายได้เกษตรกร
รายได้เกษตรกรขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน จากราคาสินค้าเกษตรที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นสำคัญ โดยเฉพาะราคายางพารา ข้าวขาว มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน ตามความต้องการสะสมสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้นจากความกังวลต่อสถานการณ์เอลนีโญ ประกอบกับผลผลิตสินค้าเกษตรขยายตัวจากทุเรียนจากผลของฐานต่ำในปีก่อนและการขยายพื้นที่เพาะปลูก รวมถึงปศุสัตว์โดยเฉพาะสุกรและไก่ที่ขยายตัวตามการเพิ่มจำนวนแม่พันธุ์ในช่วงก่อนหน้า
ภาวะการเงินและเสถียรภาพ
ภาวะการเงิน
การระดมทุนของภาคธุรกิจโดยรวมปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนจากการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิเป็นสำคัญ โดยการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิในเดือน ส.ค. 69 เพิ่มขึ้นจากธุรกิจการค้า และธุรกิจในสาขาการผลิตโลหะ รวมถึงการผลิตยางและพลาสติก ประกอบกับการระดมทุนผ่านตลาดทุนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากธุรกิจในสาขาการผลิตและแปรรูปอาหาร และเคมีภัณฑ์ ขณะที่การระดมทุนผ่านตราสารหนี้ปรับลดลงจากธุรกิจกลุ่มพลังงานและอาหาร สำหรับต้นทุนการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ในเดือน ก.ย. 69 (ข้อมูลถึง 24 ก.ย. 69) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยทั้งระยะสั้นและระยะยาวปรับเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ได้รับแรงกดดันจากเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันโลก อย่างไรก็ดี ในช่วงครึ่งหลังของเดือน ก.ย. อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยเคลื่อนไหวผันผวน โดยปรับลดลงในบางช่วงตามแรงซื้อของนักลงทุนในประเทศและราคาน้ำมันที่ปรับลดลง
Changes in Total Corporate Financing
อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบกับดอลลาร์ สรอ. ในเดือน ส.ค. และ ก.ย. 69 เคลื่อนไหวตามปัจจัยต่างประเทศเป็นสำคัญ โดยในเดือน ส.ค. 69 เงินบาทแข็งค่าตามการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ สรอ. ตามตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ชะลอลง ทำให้ตลาดลดการคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ขณะที่ในเดือน ก.ย. 69 (ข้อมูลถึง 24 ก.ย. 69) เงินบาทกลับมาเฉลี่ยอ่อนค่า ตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ สรอ. หลัง Fed ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และมีแนวโน้มดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดมากขึ้น ท่ามกลางอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง และราคาน้ำมันโลกปรับเพิ่มขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมาปะทุอีกครั้ง ด้านดัชนีค่าเงินบาท (NEER) เดือน ส.ค. 69 ทรงตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อน ขณะที่เดือน ก.ย. 69 เฉลี่ยอ่อนค่าลงตามราคาน้ำมันโลกที่ปรับสูงขึ้น
เสถียรภาพเศรษฐกิจ
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนจากทุกหมวดสำคัญ โดยหมวดอาหารสดเพิ่มขึ้นจากราคาเนื้อสัตว์และไข่ไก่ตามผลผลิตที่ลดลงเนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนและต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ขณะที่หมวดพลังงานเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกหลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียด ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นตามการทยอยส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในหมวดอาหารสำเร็จรูป สำหรับภาวะตลาดแรงงาน การจ้างงานโดยรวมทรงตัว สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ใกล้เคียงกับเดือนก่อน อย่างไรก็ดี ตลาดแรงงานยังมีความเปราะบางสะท้อนจากจำนวนผู้ขอรับสิทธิว่างงานตามมาตรา 38 ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ ต้องติดตามตลาดแรงงานอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะในกลุ่มที่เผชิญการแข่งขันรุนแรง ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จากดุลบริการ รายได้ และเงินโอนตามดุลรายได้ที่กลับมาเกินดุลหลังผ่านช่วงการส่งกลับกำไรและเงินปันผล ขณะที่ดุลการค้าเกินดุลใกล้เคียงเดือนก่อน โดยมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามการส่งออกทองคำ ขณะที่มูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการนำเข้าน้ำมันดิบ
เสถียรภาพและฐานะการเงินของภาคธุรกิจ (ไตรมาส 2 ปี 2569)
ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET และ mai) ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน โดยรวมปรับลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน โดยความสามารถในการทำกำไร (Operating Profit Margin: OPM) ลดลงเล็กน้อยจากร้อยละ 8.2 ในไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ร้อยละ 8.0 เนื่องจากธุรกิจในภาคบริการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวปรับลดลง โดยเฉพาะธุรกิจขนส่งผู้โดยสาร โรงแรม และร้านอาหาร สอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดี OPM ของธุรกิจภาคการผลิตปรับดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ที่สามารถบริหารจัดการและส่งผ่านต้นทุนได้ ด้านความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio: ICR) ลดลงสอดคล้องกับ OPM โดยลดลงมาอยู่ที่ 5.9 เท่า ขณะที่สภาพคล่องและการก่อหนี้ Current Ratio (CR) และ Debt to Equity ratio (DE) โดยรวมทรงตัวจากไตรมาสก่อนอยู่ที่ 1.6 เท่า และ 0.7 เท่า ตามลำดับ
ข่าวเด่น