
นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายหัวข้อ "Sustainable Finance for Long-Term Investment in Thailand" ในงาน Thailand-Japan Investment Forum 2026: Investment Gateway for Sustainable Growth จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยมี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวเปิดงานและปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Thailand and Japan: Building the Next Chapter of Investment Partnership” สะท้อนทิศทางการยกระดับความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างไทยและญี่ปุ่น เพื่อขับเคลื่อนการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตควบคู่กับการเติบโตอย่างยั่งยืน ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569

กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK ชี้ให้เห็นว่า Sustainable Finance กำลังเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุนโครงการสีเขียว สู่กลไกสำคัญในการสร้างความมั่นใจและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านเทคโนโลยี กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม พฤติกรรมและความคาดหวังของผู้บริโภค ตลอดจนการปรับโครงสร้างของ Global Supply Chain ทำให้การลงทุนเพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างความพร้อมต่อมาตรฐานและโอกาสทางการค้าใหม่ ๆ กลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตและขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว สอดรับกับทิศทางยุทธศาสตร์ที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้แนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วย Quality Investment-led Growth โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนที่สร้างมูลค่าเพิ่ม นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามายกระดับศักยภาพของประเทศ และเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต มากกว่าการมุ่งเน้นเพียงปริมาณเงินลงทุน

การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวยังทำให้บทบาทของสถาบันการเงินต้องก้าวไปไกลกว่าการเป็นเพียงแหล่งเงินทุน จาก Conventional Banking สู่ Sustainable Investment Partnership ที่พร้อมทำงานร่วมกับภาคธุรกิจและพันธมิตรในลักษณะ Ecosystem Alliance เพื่อผสานเงินทุน ความรู้ การบริหารความเสี่ยง และโอกาสทางธุรกิจเข้าด้วยกัน ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการลงทุนและปรับตัวได้อย่างเป็นระบบ พร้อมรับมือกับความท้าทายและคว้าโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก

EXIM BANK จึงมุ่งยกระดับบทบาทจากการเป็น First Mover สู่ Transition Partner ที่ทำหน้าที่เป็น Export Co-pilot พร้อมเคียงข้างผู้ประกอบการตลอดเส้นทางการค้าการลงทุน โดยให้การสนับสนุน ครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาเงินทุน การจัดโครงสร้างทางการเงิน การบริหารความเสี่ยง การให้คำปรึกษาด้าน ESG ไปจนถึงการเชื่อมโยงพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง โดย EXIM BANK ได้พัฒนาเครื่องมือทางการเงินเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง อาทิ Green Finance, Transition Finance และ Sustainability-Linked Financing ควบคู่กับบริการประกันการส่งออกและการลงทุน เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการตั้งแต่การลงทุนในเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ การลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการยกระดับมาตรฐานให้สอดรับกับกฎระเบียบและความต้องการของตลาดโลก

ภายในงานยังมีการบรรยายจาก BOI, JETRO และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในประเด็นยุทธศาสตร์การลงทุน การเติบโตอย่างยั่งยืน และบทบาทของตลาดทุน รวมทั้งการจัด Business & Investment Clinic โดย EXIM BANK ได้ร่วมกับ BOI, SET ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และธนาคารซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น ให้คำปรึกษาด้านธุรกิจและการลงทุนแก่ผู้เข้าร่วมงาน สะท้อนความร่วมมือของภาครัฐ ภาคการเงิน และตลาดทุนในการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุนและการเติบโตอย่างยั่งยืนของภาคธุรกิจไทย
ข่าวเด่น