เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Thailand Special Seminar: Bangkok 1991 - 2026: Thailand's Path to Resilient, Inclusive Growth ถอดบทเรียน 35 ปีเศรษฐกิจไทย จากการรักษาเสถียรภาพสู่การแก้โจทย์เชิงโครงสร้างและยกระดับศักยภาพการเติบโต


กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ฝ่ายเอเชียและแปซิฟิก (International Monetary Fund Asia and Pacific Department: IMF APD) จัดงานสัมมนาพิเศษ Thailand Special Seminar: Bangkok 1991-2026: Thailand's Path to Resilient, Inclusive Growth เพื่อถอดบทเรียนจากพัฒนาการทางเศรษฐกิจของไทยตลอด 35 ปี นับตั้งแต่การประชุมประจำปีฯ ครั้งก่อนที่กรุงเทพมหานคร เมื่อปี 2534 โดยใช้ประสบการณ์ของไทยเป็นกรณีศึกษาถึงการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ผ่านการปฏิรูปเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม งานดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการจากนานาประเทศ

ผู้ร่วมเสวนาเห็นว่าการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ การเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก ตลอดจนกรอบนโยบายและสถาบันที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะการปฏิรูปภาคการเงินภายหลังวิกฤตการเงินเอเชีย เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ไทยรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินและรองรับแรงกระแทกได้ดีขึ้น อย่างไรก็ดี แม้ไทยจะมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่ยังเผชิญความท้าทายระยะยาวจากสังคมสูงวัย ผลิตภาพที่ชะลอลง หนี้ครัวเรือนสูง การเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลและ AI ตลอดจนความสามารถในการปรับตัวของภาคธุรกิจที่แตกต่างกันตามข้อจำกัดด้านเงินทุน เทคโนโลยี และทักษะ นอกจากนี้ ความเสี่ยงดังกล่าวยังเกิดถี่ขึ้น เชื่อมโยงกันมากขึ้น และส่งผลยืดเยื้อ เศรษฐกิจไทยจึงต้องก้าวจากการรับมือวิกฤตในระดับมหภาคไปสู่การเสริมศักยภาพให้ครัวเรือนและธุรกิจสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้ต่อเนื่อง โดยอาศัยนโยบายเศรษฐกิจที่ทำงานประสานกัน ทั้งการรักษาเสถียรภาพ การเร่งยกระดับผลิตภาพและทักษะ ตลอดจนการเปิดทางให้ SMEs และกลุ่มเปราะบางเข้าถึงเงินทุนและโอกาสใหม่อย่างทั่วถึง 

 
ทั้งนี้ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เน้นย้ำว่าการสร้างความยืดหยุ่นต้องดำเนินควบคู่กันทั้งด้านมหภาค นโยบายการคลัง นโยบายการเงิน และนโยบายภาคการเงิน ไปจนถึงระดับครัวเรือนและธุรกิจที่ต้องมีฐานะการเงินและศักยภาพเพียงพอที่จะปรับตัว ดังนั้น นอกจากกรอบการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่เข้มแข็งแล้ว ธปท. จึงให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในระบบการเงิน 4 ด้าน ได้แก่ (1) การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและ SMEs ผ่านโครงการปรับโครงสร้างหนี้และการออกหลักเกณฑ์ดูแลการสร้างหนี้ผ่านสินเชื่อรูปแบบใหม่ๆ (2) การขยายการเข้าถึงบริการทางการเงินและสินเชื่อ ผ่านกลไกแบ่งปันความเสี่ยงด้านเครดิตและตลาดกลางสินเชื่อเพื่อ SME (SME Credit Portal) เพื่อให้มีการจัดสรรทรัพยากรไปถึงกิจกรรมที่สร้างรายได้และเพิ่มผลิตภาพได้มากขึ้น (3) การส่งเสริมความเป็นธรรมและคุ้มครองผู้ใช้บริการ ผ่านหลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและโครงสร้างค่าธรรมเนียมและความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์การเงินที่โปร่งใสและชัดเจน และ (4) การรักษาความมั่นคงและความน่าเชื่อถือของระบบการเงิน ผ่านการยกระดับการกำกับดูแล non-bank และธุรกรรมเสี่ยง 

 
นอกจากนี้ ประสบการณ์จากการพัฒนา PromptPay ที่ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนกว่า 83 ล้านบัญชี และการเชื่อมโยงระบบชำระเงินข้ามพรมแดนทั้งในรูปแบบทวิภาคีและพหุภาคีมาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าเทคโนโลยีดิจิทัลช่วยลดต้นทุนและขยายการเข้าถึงบริการทางการเงิน แต่ต้องมาพร้อมความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของผู้ใช้งาน เพื่อป้องกันภัยการเงินที่มีความซับซ้อนและเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งคิดเป็นมูลค่าความเสียหายถึง 43 พันล้านบาทในปี 2568 ธปท. จึงร่วมกับ IMF และธนาคารโลกผลักดัน Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการรับมือภัยการเงินข้ามพรมแดน ได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างระบบนิเวศน์การเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและทั่วถึง บนฐานของนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย 
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 13 ต.ค. 2569 เวลา : 19:31:58
13-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. พยากรณ์อากาศวันนี้ (13 ต.ค.69) ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้" ฝน 60% ภาคเหนือ-ภาคอีสาน 40%

2. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (12 ต.ค.69) ลบ 25.7 เหรียญ เหตุดอลลาร์แข็งค่า-น้ำมันพุ่ง กดดันตลาด

3. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (12 ต.ค.69) บวก 195.60 จุด รับแรงหนุนหุ้นกลุ่มเทเลคอม- พลังงาน-การแพทย์ พุ่ง สวนทางหุ้นเทคฯร่วงหนัก

4. ทองเปิดตลาดวันนี้ (13 ต.ค.2569) ลดลง 150 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 67,100 บาท

5. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (12 ต.ค.69) ลบ 5.91 จุด ดัชนี 1,571.74 จุด

6. MTS Gold คาดราคาทองคำฟื้นตัวกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 4,200 เหรียญ โดยหากราคาสามารถสร้างฐานเหนือระดับดังกล่าวได้อย่างมั่นคง มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นทดสอบ 4,250 เหรียญ

7. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (12 ต.ค.69) ลบ 3.55 จุด ดัชนี 1,574.10 จุด

8. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.30-33.70 ลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐฯและความเห็นประธานเฟด

9. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (12 ต.ค.69) บวก 0.88 จุด ดัชนี 1,578.53 จุด

10. ทองเปิดตลาดวันนี้ (12 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 67,600 บาท

11. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.35 - 33.65 บาท/ดอลลาร์

12. พยากรณ์อากาศวันนี้ (12 ต.ค.69) ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง 70% ส่วนประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 30% ภาคเหนือ-ภาคอีสาน 20%

13. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (12 ต.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.51 บาทต่อดอลลาร์

14. ประกาศ กปน.: 15 ต.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนสุขุมวิทสายเก่า

15. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (9 ต.ค.69) บวก 7.04 จุด ดัชนี 1,577.65 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 13, 2026, 8:48 pm