แบงก์-นอนแบงก์
คนไม่ได้กินน้อยลง แต่กำลังกิน "ต่างไป" เคทีซีมอง Future of Food 2027 จากมื้อที่ยืดหยุ่น สู่ Local Food และ Innovation ที่เพิ่มคุณค่า


 
มื้ออาหารที่น่าจดจำในวันนี้อาจไม่จำเป็นต้องเป็นดินเนอร์หรูหรือใช้เวลาหลายชั่วโมง แต่อาจเป็นมื้อสำหรับหนึ่งคน อาหารท้องถิ่นที่มีเรื่องราว หรือเมนูที่ให้ข้อมูลด้านโภชนาการมากขึ้น สิ่งที่กำลังเปลี่ยนจึงอาจไม่ใช่ความสำคัญของการกิน แต่คือ รูปแบบและคุณค่าที่ผู้บริโภคมองหาจากแต่ละมื้อ
 
ข้อมูลการใช้จ่ายหมวดร้านอาหารของ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) พบว่า มูลค่าเฉลี่ยต่อธุรกรรมมีแนวโน้มลดลง ขณะที่จำนวนสมาชิกที่ใช้จ่ายและจำนวนธุรกรรมยังเติบโต แม้ข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถบอกได้ว่าผู้บริโภครับประทานอาหารคนเดียวหรือมากับใคร แต่เมื่อมองควบคู่กับทางเลือกที่เพิ่มขึ้น ทั้งชาบูหม้อเดี่ยว อาหารชุดสำหรับหนึ่งคน และพื้นที่อาหารที่รองรับกลุ่มขนาดเล็ก ก็สะท้อนว่าการใช้จ่ายด้านอาหารยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง เพียงแต่อยู่ในรูปแบบที่ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับวิถีชีวิตมากขึ้น
 
ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับรายงาน The Rise of Place: Future of Food Asia Pacific 2027 ของ Marriott International ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากทีมอาหารและเครื่องดื่มของโรงแรม 284 แห่งใน 20 ตลาดเอเชียแปซิฟิก โดย 64% ของโรงแรมที่สำรวจในประเทศไทยพบความนิยมเพิ่มขึ้นต่อพื้นที่รับประทานอาหารแบบสบาย ๆ ขณะที่รายงานยังกล่าวถึงการเติบโตของการรับประทานอาหารคนเดียวและกลุ่มขนาดเล็ก ซึ่งทำให้ร้านอาหารต้องคิดทั้งเรื่องพื้นที่ ขนาดอาหาร และรูปแบบเมนูให้ยืดหยุ่นขึ้น
 
 
นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวว่า “สิ่งที่น่าสนใจอาจไม่ใช่เพียงเรื่องการรับประทานอาหารคนเดียว แต่คือ รูปแบบของมื้ออาหารที่เล็กลง ยืดหยุ่นขึ้น และสอดคล้องกับวิถีชีวิตของแต่ละคนมากขึ้น สำหรับร้านอาหาร นี่คือโอกาสในการออกแบบประสบการณ์ให้รองรับการกินที่หลากหลาย ตั้งแต่มื้อกลุ่มเล็กไปจนถึงโต๊ะสำหรับหนึ่งคน”
เมื่อ Local กลายเป็นความแตกต่าง
 
อีกแนวโน้มที่เห็นได้ชัดคือความสนใจต่ออาหารที่สะท้อนอัตลักษณ์ของท้องถิ่น โดย 50% ของโรงแรมที่สำรวจในประเทศไทยระบุว่า เมนูท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ (Local Signatures) เป็นกลุ่มอาหารที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นมากที่สุด สูงกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 46%
 
นางสาววริษฐากล่าวว่า “สิ่งที่ทำให้อาหารท้องถิ่นมีพลังคือมีทั้ง อัตลักษณ์ ความจริงแท้ และเรื่องราว อยู่แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายแบรนด์ต้องใช้เวลานานกว่าจะสร้างขึ้นมาได้ จากเดิมที่เราเห็นวัตถุดิบและเรื่องราวท้องถิ่นมากในโรงแรมและร้าน Fine Dining วันนี้สิ่งเหล่านี้อยู่ใกล้ตัวผู้บริโภคมากขึ้น ทั้งในร้านอาหารเช่น เมนูตามฤดูกาล และร้านดังจากต่างจังหวัดที่เข้ามาเปิดในกรุงเทพฯ Local จึงไม่ได้บอกเพียงว่าอาหารมาจากไหน แต่กำลังบอกว่าอะไรทำให้อาหารนั้นแตกต่าง”
 
คุณค่าของ Local Food จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่ร้านอาหาร แต่สามารถเชื่อมต่อไปถึงเกษตรกร ผู้ผลิตรายย่อย ผู้ประกอบการ การท่องเที่ยว และชุมชน เกิดเป็น Food Economy ที่ใช้อัตลักษณ์ของพื้นที่สร้างมูลค่าเพิ่ม และในหลายกรณีอาหารยังกลายเป็นเหตุผลของการเดินทางอีกด้วย

 
Innovation อาจไม่ใช่การเปลี่ยนอาหาร แต่คือการเพิ่มคุณค่า
 
ขณะเดียวกัน สุขภาพและโภชนาการกำลังเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเลือกอาหารมากขึ้น โดย 82% ของโรงแรมที่สำรวจในประเทศไทยระบุว่า สุขภาพและโภชนาการของเมนูมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค
 
สำหรับเคทีซี Innovation จึงไม่จำเป็นต้องหมายถึงการสร้างเมนูใหม่เสมอไป แต่อาจเป็นการ เติมข้อมูลและองค์ความรู้ เพื่อให้ผู้บริโภคมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่เดิมและตัดสินใจได้ดีขึ้น ตัวอย่างหนึ่งคือกิจกรรม “กินเจแบบนี้ โปรตีนถึง!” ที่เคทีซีร่วมกับ สถาบันอาหาร (NFI) และร้านอาหารพันธมิตร นำองค์ความรู้ด้านอาหารและโภชนาการมาช่วยคำนวณและสื่อสารปริมาณโปรตีนของเมนูเจบางรายการ เพื่อตอบข้อกังวลของผู้บริโภคว่าอาหารเจที่เลือกรับประทานให้โปรตีนในปริมาณเท่าใด และช่วยให้เลือกอาหารได้โดยมีข้อมูลประกอบมากขึ้น
 
ประเทศไทยมีทั้งอาหาร วัตถุดิบ ความหลากหลายของภูมิภาค และชื่อเสียงด้านอาหารเป็นต้นทุนอยู่แล้ว โจทย์จึงไม่ใช่การสร้างทุกอย่างขึ้นใหม่ แต่คือการเชื่อมผู้ผลิต ร้านอาหาร โรงแรม การท่องเที่ยว และพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญต่างกัน เพื่อทำให้สิ่งที่มีอยู่สร้างคุณค่าและเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้น
 
ท้ายที่สุด Future of Food อาจไม่ได้หมายถึงการกินสิ่งที่ใหม่ที่สุด แต่คือการทำให้อาหารเข้ากับชีวิตมากขึ้น มีที่มาที่ผู้บริโภคเห็นคุณค่า และมีข้อมูลที่ช่วยให้เลือกได้ดีขึ้น
 
สำหรับประเทศไทย โอกาสจึงอาจไม่ใช่การเลือกระหว่าง Tradition กับ Innovation แต่คือการทำให้ทั้งสองอย่างช่วยเพิ่มคุณค่าให้กัน และพาอาหารไทยไปได้ไกลขึ้นโดยไม่สูญเสียตัวตนระหว่างทาง

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 14 ต.ค. 2569 เวลา : 12:19:34
14-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงเล็กน้อยและกลับมาทรงตัวบริเวณ 4,150 เหรียญ หลังปรับขึ้นเหนือ 4,200 เหรียญ ในวันจันทร์

2. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (14 ต.ค.69) บวก 2.71 จุด ดัชนี 1,574.45 จุด

3. ทองเปิดตลาดวันนี้ (14 ต.ค.69) ลดลง 450 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,850 บาท

4. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (13 ต.ค.69) ลบ 13.30 เหรียญ จับตา CPI สหรัฐคืนนี้-ประธานเฟดแถลงบนเวที IMF

5. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (13 ต.ค.69) ลบ 180.45 จุด หุ้นกลุ่มชิปร่วงฉุดดัชนี-นักลงทุนประเมินงบแบงก์ใหญ่-จับตา CPI สหรัฐคืนนี้

6. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (14 ต.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.55 บาทต่อดอลลาร์

7. พยากรณ์อากาศวันนี้ (14 ต.ค.69) ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ภาคกลาง ฝน 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ 60% ภาคเหนือ-ภาคอีสาน 30%

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.40 - 33.70 บาท/ดอลลาร์

9. พยากรณ์อากาศวันนี้ (13 ต.ค.69) ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้" ฝน 60% ภาคเหนือ-ภาคอีสาน 40%

10. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (12 ต.ค.69) ลบ 25.7 เหรียญ เหตุดอลลาร์แข็งค่า-น้ำมันพุ่ง กดดันตลาด

11. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (12 ต.ค.69) บวก 195.60 จุด รับแรงหนุนหุ้นกลุ่มเทเลคอม- พลังงาน-การแพทย์ พุ่ง สวนทางหุ้นเทคฯร่วงหนัก

12. ทองเปิดตลาดวันนี้ (13 ต.ค.2569) ลดลง 150 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 67,100 บาท

13. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (12 ต.ค.69) ลบ 5.91 จุด ดัชนี 1,571.74 จุด

14. MTS Gold คาดราคาทองคำฟื้นตัวกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 4,200 เหรียญ โดยหากราคาสามารถสร้างฐานเหนือระดับดังกล่าวได้อย่างมั่นคง มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นทดสอบ 4,250 เหรียญ

15. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (12 ต.ค.69) ลบ 3.55 จุด ดัชนี 1,574.10 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 14, 2026, 1:23 pm