แบงก์-นอนแบงก์
EXIM BANK ผนึกพันธมิตรประกาศความสำเร็จหลักสูตร EXIM 2X ปั้นผู้ส่งออกไทยสู่ตลาดโลก สร้างโอกาสจับคู่ธุรกิจ 114 คู่เจรจา พร้อมสนับสนุนสินเชื่อและประกันการส่งออกรวม 623 ล้านบาท


• EXIM BANK พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y ผ่านหลักสูตร EXIM 2X รวม 3 รุ่น จำนวน 113 บริษัท เสริมองค์ความรู้และทักษะการวางแผนธุรกิจส่งออก พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรและโอกาสทางการค้า เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้ส่งออกในตลาดโลก

• สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม เกิดการจับคู่ธุรกิจรวม 114 คู่เจรจา และสนับสนุนสินเชื่อและวงเงินประกันการส่งออกรวม 623 ล้านบาท 

 
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จหลักสูตร EXIM 2X รุ่นที่ 3 ประจำปี 2569 จำนวน 54 ราย โดยมีนางศุกร์ศิริ อภิญญานุวัฒน์ อดีตรองปลัดกระทรวงการคลังและประธานกรรมการ EXIM BANK เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและภาคเอกชนร่วมให้ข้อเสนอแนะในการนำเสนอแผนธุรกิจส่งออกสำหรับตลาดเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปต่อยอดสู่การดำเนินธุรกิจได้จริง ประกอบด้วย นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศและกรรมการ EXIM BANK ดร.ชัยชาญ เจริญสุข ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและนายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย ดร.เกริกเกียรติ ศรีเสริมโภค กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิซารา จำกัด ผู้เชี่ยวชาญตลาดอินเดียและอินโดนีเซีย และเภสัชกรหญิงสิริปรียา สนใจ ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศ การตลาด และพฤติกรรมผู้บริโภค และนายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 นับเป็นอีกก้าวสำคัญของหลักสูตร EXIM 2X ซึ่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ไทยรวม 113 บริษัทตลอดการดำเนินงาน 3 รุ่น เพื่อสร้างผู้ส่งออกรุ่นใหม่ที่มีความพร้อมทั้งด้านองค์ความรู้ ทักษะการวางแผนธุรกิจ เครือข่ายคู่ค้าระหว่างประเทศ และการเข้าถึงเครื่องมือทางการเงิน สามารถต่อยอดโอกาสทางการค้าและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน

 
นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK เปิดเผยว่า EXIM BANK ริเริ่มหลักสูตร EXIM 2X ตั้งแต่ปลายปี 2568 เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y ทั้งเจ้าของกิจการ ผู้บริหาร และทายาทธุรกิจ ให้มีความพร้อมในการก้าวสู่การเป็นผู้ส่งออกและขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศได้อย่างเป็นระบบ โดยมุ่งแก้ไขข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย ซึ่งแม้จะมี SMEs ประมาณ 3.28 ล้านรายในปี 2568 แต่มีผู้ประกอบการที่เป็นผู้ส่งออกเพียงประมาณ 23,000 ราย หรือไม่ถึง 1% ของ SMEs ทั้งประเทศ สะท้อนว่าภาคธุรกิจไทยยังมีศักยภาพอีกมากในการขยายฐานผู้ส่งออก หากได้รับการพัฒนาความรู้ ทักษะ และการสนับสนุนที่เหมาะสม การสร้างผู้ส่งออกรายใหม่จึงเป็นภารกิจสำคัญ ไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสสร้างรายได้และกระจายความเสี่ยงให้แก่ผู้ประกอบการ แต่ยังช่วยขยายฐานการส่งออกและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว

 
กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจไทยยังเผชิญข้อจำกัดด้านกำลังซื้อในประเทศ แต่ภาคการส่งออกยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 การส่งออกไทยขยายตัว 17.6% จากความต้องการสินค้าเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเติบโตของตลาดศักยภาพอย่างสหรัฐฯ และสิงคโปร์ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและการค้าโลก ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัว กระจายตลาด และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน

 
กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวว่า การก้าวเข้าสู่ตลาดโลกในปัจจุบันไม่ใช่เพียงการมีสินค้าที่ดีหรือราคาที่แข่งขันได้ แต่ผู้ประกอบการต้องเข้าใจความต้องการของตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค สามารถใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีสร้างความได้เปรียบ รวมถึงบริหารต้นทุน เงินทุนหมุนเวียน และความเสี่ยงทางการค้าระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเทคโนโลยี AI ที่กำลังเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่การวิเคราะห์ตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการ EXIM BANK จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้ประกอบการอย่างครบวงจร ผ่านการผสานองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ การเรียนรู้จากประสบการณ์จริง การสร้างเครือข่ายธุรกิจ และการเข้าถึงบริการทางการเงิน เพื่อให้ SMEs ไทยสามารถเปลี่ยนศักยภาพและโอกาสในตลาดโลกให้เป็นผลสำเร็จทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

 
สำหรับผลสำเร็จของหลักสูตร EXIM 2X ตลอด 3 รุ่นที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการเข้าร่วมรวม 113 บริษัท จากหลากหลายอุตสาหกรรม โดย EXIM BANK ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจและการค้าระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการผ่านการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ การจัดทำแผนธุรกิจส่งออก การศึกษาดูงาน และการเชื่อมโยงโอกาสทางการค้ากับตลาดต่างประเทศ ส่งผลให้เกิดการจับคู่ธุรกิจรวม 114 คู่เจรจา กับผู้ซื้อและคู่ค้าจากตลาดสำคัญ อาทิ จีน อินเดีย ตะวันออกกลาง และอาเซียน เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ทดสอบตลาด รับฟังความต้องการของผู้ซื้อ เจรจาธุรกิจ และต่อยอดโอกาสสู่คำสั่งซื้อในอนาคต ขณะเดียวกัน EXIM BANK ได้สนับสนุนสินเชื่อและวงเงินประกันการส่งออกแก่ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องรวม 623 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่อง เพิ่มขีดความสามารถในการขยายธุรกิจ และลดความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้าจากคู่ค้าต่างประเทศ สะท้อนผลสำเร็จของหลักสูตรที่สามารถเชื่อมโยงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเข้ากับโอกาสทางการค้าและการสนับสนุนทางการเงินได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายชลัช กล่าวเพิ่มเติมว่า EXIM BANK มุ่งหวังให้การสำเร็จหลักสูตร EXIM 2X เป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตทางธุรกิจและการสร้างเครือข่ายผู้ส่งออกรุ่นใหม่ที่เข้มแข็ง โดยผู้ประกอบการสามารถแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และต่อยอดความร่วมมือระหว่างกัน รวมถึงเชื่อมโยงกับเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ EXIM BANK พร้อมทำหน้าที่เป็น Export Co-pilot หรือผู้ช่วยร่วมขับเคลื่อนธุรกิจส่งออกของ SMEs ไทย ผ่านการพัฒนาศักยภาพ การเชื่อมโยงโอกาสทางการค้า การสนับสนุนเงินทุน และเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นและขยายธุรกิจส่งออกได้อย่างมั่นคง ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจและการค้าโลก

“ความสำเร็จของหลักสูตร EXIM 2X ไม่ได้วัดจากจำนวนผู้สำเร็จการอบรมเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนจากความสามารถของผู้ประกอบการในการนำความรู้ไปใช้จริง การสร้างเครือข่ายและโอกาสทางธุรกิจใหม่ ตลอดจนการเข้าถึงบริการทางการเงินที่ช่วยสนับสนุนการเติบโต EXIM BANK เชื่อมั่นว่า การพัฒนาผู้ส่งออกอย่างต่อเนื่องและครบวงจรจะเป็นรากฐานสำคัญในการเพิ่มจำนวนผู้ส่งออกไทย ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs และสร้างการเติบโตที่เข้มแข็งและยั่งยืนให้แก่เศรษฐกิจไทยในระยะยาว” นายชลัช กล่าว
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 21 ต.ค. 2569 เวลา : 21:51:06
21-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ กปน.: 27 ต.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนสุขุมวิทสายเก่า

2. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (21 ต.ค.69) บวก 1.15 จุด ดัชนี 1,556.09 จุด

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า(21 ต.ค.69) ลบ 8.49 จุด ดัชนี 1,546.45 จุด

4. MTS Gold คาดราคาทองคำปิดปรับตัวลดลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยเช้านี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,120 เหรียญ หลังเมื่อคืนรีบาวด์ขึ้นไปแตะ 4,155 เหรียญ

5. ทองเปิดตลาดวันนี้ (21 ต.ค.69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,450 บาท

6. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (21 ต.ค.69) บวก 6.23 จุด ดัชนี 1,561.17 จุด

7. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (20 ต.ค.69) ลบ 17.50 เหรียญ กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.50 - 33.80 บาท/ดอลลาร์

9. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (20 ต.ค.69) บวก 529.85 จุด รับแรงซื้อหุ้นเฮลธ์แคร์-ผลประกอบการแกร่ง

10. พยากรณ์อากาศวันนี้ (21 ต.ค.69) ภาคใต้ ฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง 60% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 30% ภาคเหนือ-ภาคอีสาน 10%

11. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (21 ต.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.63 บาทต่อดอลลาร์

12. ประกาศ กปน.: ด่วน!!! คืนวันพรุ่งนี้ 21 ต.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนกิ่งแก้ว

13. ประกาศ กปน.: 22 ต.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนกาญจนาภิเษก (ด้านตะวันออก) ตัดถนนบางนา-ตราด

14. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (20 ต.ค.69) ลบ 16.78 จุด ดัชนี 1,554.94 จุด

15. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (20 ต.ค.69) ลบ 7.95 จุด ดัชนี 1,563.77 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 21, 2026, 11:55 pm