เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ "เงินบาทแข็งค่าขึ้นหลังการประชุมเฟด ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปิดลบเป็นสัปดาห์ที่สาม"


สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท

· เงินบาทอ่อนค่าในช่วงแรก แต่พลิกแข็งค่ากลับมาหลังผลการประชุมเฟด

เงินบาทอ่อนค่าผ่านแนว 33.80 ในช่วงต้นสัปดาห์ สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่แข็งค่าขึ้นจากการคาดการณ์ว่าเฟดจะยังคงส่งสัญญาณในเชิงคุมเข้มและให้น้ำหนักกับการดูแลความเสี่ยงเงินเฟ้อ แม้จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมเดือนต.ค. นอกจากนี้ เงินบาทยังเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าเพิ่มเติมจากความต้องการซื้อเงินดอลลาร์ฯ ในช่วงใกล้สิ้นเดือนด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี เงินบาทฟื้นตัวกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ หลังผลการประชุมกนง. ซึ่งแม้จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิมที่ 1.00% แต่ตลาดตีความจากแถลงการณ์หลังการประชุมว่า โอกาสของการลดดอกเบี้ยน่าจะยังคงอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ เนื่องจากกนง. ส่งสัญญาณติดตามความเสี่ยงเงินเฟ้อและผลของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและการเงิน

นอกจากนี้เงินดอลลาร์ฯ ยังเผชิญแรงขายเพื่อปรับโพสิชัน สอดคล้องกับการย่อตัวกลับลงมาของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ หลังเฟดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่กรอบเดิม 3.75-4.00% ตามที่ตลาดคาด และน่าจะมีแรงกดดันทางอ้อมเพิ่มเติมหลัง ECB และ BOJ ส่งสัญญาณเตรียมคุมเข้มนโยบายการเงินในการประชุมรอบถัดไปในเดือนธ.ค.


 
· ในวันศุกร์ที่ 30 ต.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 33.68 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 33.73 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันพฤหัสบดีก่อนหน้า (22 ต.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 26-30 ต.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 460 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 2,548 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 2,148 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 400 ล้านบาท)

· สัปดาห์ระหว่างวันที่ 2-6 พ.ย. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 33.30-34.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ (3 พ.ย.) สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติ และตัวเลขเงินเฟ้อเดือนต.ค. ของไทย

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ISM และ PMI ภาคการผลิต/ภาคบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร และอัตราการว่างงานเดือนต.ค. ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ยอดสั่งซื้อภาคโรงงาน เดือนก.ย. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามผลการประชุม BOE (5 พ.ย.) ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนต.ค. ของยูโรโซน และข้อมูล PMI ภาคการผลิต/ภาคบริการ เดือนต.ค. ของหลายประเทศชั้นนำด้วยเช่นกัน

สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย

· ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงแรงจากสัปดาห์ก่อน โดยแตะจุดต่ำสุดในรอบกว่า 5 เดือนช่วงท้ายสัปดาห์

SET index ปรับตัวขึ้นช่วงสั้น ๆ ต้นสัปดาห์ โดยมีแรงซื้อต่อเนื่องของหุ้นกลุ่มแบงก์และกลุ่มท่องเที่ยวเข้ามาหนุน ก่อนจะปรับตัวลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ท่ามกลาง

แรงกดดันจากหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี หลังจากบจ. รายใหญ่ในกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวรายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ออกมาต่ำกว่าคาด นอกจากนี้ แรงขายหุ้นกลุ่มโรงกลั่นจากความกังวลเรื่องแนวโน้มการทำกำไรหลังภาครัฐประกาศปรับโครงสร้างราคาน้ำมันใหม่ก็มีส่วนกดดันดัชนีหุ้นไทยด้วยเช่นกัน


 
ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงต่อเนื่องจนถึงช่วงท้ายสัปดาห์ไปแตะจุดต่ำสุดในรอบ 5 เดือนครึ่งที่ระดับ 1,511.58 จุด โดยเผชิญแรงขายเพื่อลดความเสี่ยงของกลุ่มนักลงทุนระหว่างรอติดตามผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า ตลอดจนสถานการณ์ในตะวันออกกลางหลังการเลือกตั้ง ทั้งนี้แรงขายกระจายไปในหุ้นหลายกลุ่มอุตสาหกรรม นำโดย กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ตามทิศทางหุ้นเทคโนโลยีต่างประเทศ (หลังบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ รายงานผลประกอบการต่ำกว่าคาด)

· ในวันศุกร์ที่ 30 ต.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,518.59 จุด ลดลง 2.82% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 67,721.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.27% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 2.56% มาปิดที่ระดับ 214.08 จุด

· สัปดาห์ถัดไป (2-6 พ.ย. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,515 และ 1,500 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,530 และ 1,550 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ (3 พ.ย.) ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนต.ค. ของไทย ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ของบจ.ไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิตและการบริการ ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนต.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนต.ค.

ของยูโรโซน อังกฤษ จีน และญี่ปุ่น ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนต.ค. (เบื้องต้น) และดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.ย. ของยูโรโซน

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 30 ต.ค. 2569 เวลา : 22:07:22
30-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (30 ต.ค.69) ลบ 26.01 จุด ดัชนี 1,518.59 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (30 ต.ค.69) ลบ 20.31 จุด ดัชนี 1,524.29 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงอีกครั้ง โดยเช้าวันนี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,000 เหรียญ หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อ PCE เดือน ก.ย. ที่เร่งตัวขึ้น

4. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (30 ต.ค.69) ลบ 26.71 จุด ดัชนี 1,517.89 จุด

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (29 ต.ค.69) ร่วง 20.20 ดอลลาร์ กังวลเงินเฟ้อสูง กดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนธ.ค.

6. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (29 ต.ค.69) ร่วง 132.54 จุด ผิดหวังผลประกอบการ-กังวลเงินเฟ้อสูง

7. พยากรณ์อากาศวันนี้ (30 ต.ค.69) "ภาคใต้" ฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง 60% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคตะวันออก 40% ภาคกลาง-ภาคอีสาน 20% ภาคเหนือ 10%

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.55 - 33.80 บาท/ดอลลาร์

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (30 ต.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.72 บาทต่อดอลลาร์

10. ทองเปิดตลาดวันนี้ (30 ต.ค. 69) ลดลง 400 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 64,800 บาท

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (29 ต.ค.69) ลบ 21.50 จุด ดัชนี 1,544.60 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (29 ต.ค.69) ลบ 12.11 จุด ดัชนี 1,553.99 จุด

13. ทองเปิดตลาดวันนี้ (29 ต.ค.69) คงที่ ทองรูปพรรณขาย ขายออก 65,600 บาท

14. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงทรงตัวบริเวณ 4,050 เหรียญ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติ 10 - 2 เสียง คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.75 - 4.00% ตามคาด

15. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.60 - 33.85 บาท/ดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 30, 2026, 11:48 pm