แบงก์-นอนแบงก์
ยังทำงานได้ ไม่ได้แปลว่ายังไหว: เคทีซีชวน 'เดอะแบก' เช็กสุขภาพใจก่อนหมดแรง


หลายคนเริ่มต้นวันด้วยภารกิจที่รออยู่เต็มตาราง ตั้งแต่ส่งลูกไปโรงเรียน เข้างาน ประชุม แก้ปัญหา ดูแลทีมงาน ไปจนถึงรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและเป็นที่พึ่งของครอบครัว โดยเฉพาะคนวัยทำงานอายุ 30-49 ปี ที่มักต้องรับหลายบทบาทพร้อมกัน จนแทบไม่ได้หยุดถามตัวเองว่า วันนี้ยังไหวอยู่หรือไม่ แม้งานจะเสร็จตามกำหนดและทุกหน้าที่ยังเดินหน้าต่อได้ แต่หากหลังเลิกงานแทบไม่เหลือแรงให้ครอบครัว สิ่งที่รัก หรือแม้แต่การพักผ่อน นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าเรากำลังใช้พลังมากกว่าที่ร่างกายและใจจะฟื้นกลับมาได้ทัน เพราะการยังทำงานได้ อาจไม่ได้หมายความว่าเรายังไหวเสมอไป
 
 
นางสาวสิรีรัตน์ คอวนิช ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรของสมาชิกเคทีซีในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 พบว่า หมวดสุขภาพเป็นหนึ่งในหมวดที่มีการใช้จ่ายสูงสุด และสมาชิกอายุ 30-49 ปี เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนการใช้จ่ายในหมวดนี้มากที่สุด แต่เบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้ ยังมีคำถามสำคัญว่า คนวัยทำงานดูแลตัวเองดีพอหรือยัง คนวัยทำงานจำนวนมากดูแลทุกคนได้ดี แต่กลับไม่มีเวลาเหลือให้ตัวเอง เราอาจเคยชินกับการวัดความสำเร็จจากงานที่ทำเสร็จ แต่ไม่ค่อยได้ถามว่า หลังเลิกงานเรายังเหลือแรงใช้ชีวิตหรือเปล่า เคทีซีจึงอยากชวนให้มองการดูแลสุขภาพในมิติของคุณภาพชีวิต ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และโอกาสในการฟื้นตัว เพราะการพักไม่ใช่รางวัลของคนที่ทำงานเสร็จแล้ว แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน”
 
 
 
ยังทำงานได้ ไม่ได้แปลว่ายังไหวเสมอ
ข้อมูลจากการประเมินสุขภาพจิตผ่านระบบ Mental Health Check In ของกรมสุขภาพจิต ซึ่งเผยแพร่ในปี 2569 พบว่า คนไทยวัยทำงานอายุ 20-59 ปี ร้อยละ 11 มีความเครียดอยู่ในระดับสูง สะท้อนให้เห็นว่า สุขภาพใจเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของคนวัยทำงานในปัจจุบัน ความท้าทายของคนทำงานในวันนี้อาจไม่ได้อยู่ที่การทำงานไม่ได้ แต่เป็นการยังคงทำงานต่อไปได้ แม้พลังงานทางกายและใจเริ่มร่อยหรอ หลายคนยังทำหน้าที่เป็นพนักงาน หัวหน้าทีม พ่อแม่ ลูก หรือเสาหลักของครอบครัวได้ตามปกติ แต่กลับแทบไม่เหลือพลังสำหรับการพักผ่อน การดูแลตัวเอง หรือการใช้ชีวิตในด้านอื่นๆ ที่มีความหมายไม่แพ้กัน
 
ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในงานเสวนา KTC FIT Talk ว่า “สุขภาพกายและสุขภาพใจเชื่อมโยงกันอยู่ตลอดเวลา เมื่อใจไม่อยากไปทำงาน ร่างกายอาจแสดงออกผ่านอาการปวดศีรษะ ปวดท้อง หรืออ่อนล้าได้ ขณะเดียวกันเมื่อร่างกายเจ็บป่วยก็อาจส่งผลต่อสภาพจิตใจและการใช้ชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม ความเหนื่อย อาการปวดศีรษะ ปวดท้อง หรือนอนไม่หลับ ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นกำลังเผชิญภาวะหมดไฟเสมอไปสิ่งสำคัญคือการสังเกตความเปลี่ยนแปลงจากภาวะปกติของตัวเอง โดยเฉพาะเมื่ออาการเกิดขึ้นต่อเนื่อง พักแล้วไม่ดีขึ้น หรือเริ่มส่งผลกระทบต่อการทำงาน ความสัมพันธ์ และการใช้ชีวิตประจำวัน”
 
 
ดร.นพ.วรตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ภาวะหมดไฟและความเป็นพิษในที่ทำงาน ไม่ใช่ปัญหาระดับบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาเชิงระบบ องค์กรจำเป็นต้องทบทวน ทั้งโครงสร้าง วัฒนธรรมองค์กร และวิธีการทำงาน หากสภาพแวดล้อมนั้นกำลังบั่นทอนคนทำงานอย่างต่อเนื่อง การบอกให้คนทำงานเข้มแข็งขึ้นหรือจัดการความเครียดด้วยตัวเอง อาจช่วยได้บางส่วน แต่ไม่สามารถแก้ไขได้อย่างยั่งยืน หากต้นเหตุยังมาจากปริมาณงานที่ไม่สอดคล้องกับกำลังคน บทบาทหน้าที่ที่ไม่ชัดเจน ความเร่งด่วนที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง หรือบรรยากาศการทำงานที่ทำให้พนักงานไม่กล้าสื่อสารเมื่อเริ่มรับมือไม่ไหว”
 
5 สัญญาณที่บอกว่า เราอาจกำลังใช้พลังเกินกว่าที่คิด
  • พักแล้วแต่ยังไม่รู้สึกสดชื่น
  • หลังเลิกงานไม่เหลือแรงทำสิ่งที่เคยมีความสุข
  • ต้องใช้พลังมากขึ้นเพื่อเริ่มงานหรือพบปะผู้คน
  • มีอาการปวดศีรษะ ปวดท้อง ลำไส้แปรปรวน หรือนอนไม่หลับบ่อยในช่วงวันทำงาน
  • สมาธิลดลง หงุดหงิดง่าย หรือความเหนื่อยเริ่มกระทบความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
สัญญาณเหล่านี้ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยโรค แต่หากเกิดขึ้นต่อเนื่อง พักแล้วไม่ดีขึ้น หรือเริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์ นักจิตวิทยา หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เพื่อรับการประเมินและดูแลอย่างเหมาะสม สำหรับคนวัยทำงาน โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องดูแลทั้งหน้าที่การงานและคนรอบข้าง การใส่ใจสุขภาพใจไม่ใช่เรื่องที่ควรรอให้มีเวลาเหลือ แต่เป็นส่วนสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว ในวันที่หลายคนเป็นทั้งลูก พ่อแม่ หัวหน้าทีม คู่ชีวิต หรือผู้ดูแลใครสักคน การเหลือพลังไว้ดูแลตัวเองไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้เรามีพลังดูแลคนที่รักและสิ่งสำคัญในชีวิตต่อไปได้อย่างยั่งยืน เพราะท้ายที่สุดแล้ว คนที่ทุกคนพึ่งพา ก็ควรมีโอกาสได้พักและฟื้นตัวเช่นเดียวกัน

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 31 ต.ค. 2569 เวลา : 19:34:28
31-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (30 ต.ค.69) ลบ 26.01 จุด ดัชนี 1,518.59 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (30 ต.ค.69) ลบ 20.31 จุด ดัชนี 1,524.29 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงอีกครั้ง โดยเช้าวันนี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,000 เหรียญ หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อ PCE เดือน ก.ย. ที่เร่งตัวขึ้น

4. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (30 ต.ค.69) ลบ 26.71 จุด ดัชนี 1,517.89 จุด

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (29 ต.ค.69) ร่วง 20.20 ดอลลาร์ กังวลเงินเฟ้อสูง กดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนธ.ค.

6. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (29 ต.ค.69) ร่วง 132.54 จุด ผิดหวังผลประกอบการ-กังวลเงินเฟ้อสูง

7. พยากรณ์อากาศวันนี้ (30 ต.ค.69) "ภาคใต้" ฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง 60% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคตะวันออก 40% ภาคกลาง-ภาคอีสาน 20% ภาคเหนือ 10%

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.55 - 33.80 บาท/ดอลลาร์

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (30 ต.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.72 บาทต่อดอลลาร์

10. ทองเปิดตลาดวันนี้ (30 ต.ค. 69) ลดลง 400 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 64,800 บาท

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (29 ต.ค.69) ลบ 21.50 จุด ดัชนี 1,544.60 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (29 ต.ค.69) ลบ 12.11 จุด ดัชนี 1,553.99 จุด

13. ทองเปิดตลาดวันนี้ (29 ต.ค.69) คงที่ ทองรูปพรรณขาย ขายออก 65,600 บาท

14. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงทรงตัวบริเวณ 4,050 เหรียญ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติ 10 - 2 เสียง คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.75 - 4.00% ตามคาด

15. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.60 - 33.85 บาท/ดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 31, 2026, 8:48 pm