หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET แกว่งตัวรอดูความชัดเจนเลือกตั้งสหรัฐฯ"


คาด SET แกว่งตัว โดยอาจเห็นการรีบาวด์ฟื้นตัวได้บ้าง โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มอิเล็กฯ ที่ได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้น Tech โลก รวมทั้ง Bond Yield ที่ปรับลง ขณะที่ราคาน้ำมันแม้จะย่อลง หลังมีสัญญาณคืบหน้าเจรจายุติสงครามทั้งในยูเครนและอิหร่าน แต่ก็มีความผันผวนเนื่องจากยังมีเหตุการณ์โจมตีรุนแรงอยู่ ขณะที่ตลาดยังจับตาผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ทางเทคนิคดัชนีลงต่อหลุด 1500 จุด อาจมีรีบาวด์สลับบ้างแต่ยังไม่เห็นสัญญาณกลับตัว  

ประเด็นสำคัญ

• รัสเซียยืนยันกำหนดการเจรจาสันติภาพรอบใหม่กับยูเครน ณ กรุงอาบูดาบี ในวันที่ 10-11 พ.ย. 2026 โดยจะมีการหารือรอบย่อยเพื่อตกลงหยุดยิงในเมืองแคร์ซอนก่อนในวันที่ 5 พ.ย. ผ่านคนกลาง พัฒนาการเชิงบวกนี้ช่วยลดความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ และลดแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานโลก ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่ม Anti-Oil (GPSC BGRIM THAI AAV BA)

• ครม. อนุมัติมาตรการค่าโดยสารร่วมรถไฟฟ้าทุกสาย 17-45 บาท โดยไม่คิดค่าแรกเข้าซ้ำเมื่อเปลี่ยนสาย มีผลตลอดปี 2027 พร้อมกรอบงบประมาณชดเชย 5,807 ลบ. คาดดึงดูดปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม มองบวกต่อกลุ่มขนส่งทางราง (BTS BEM)

• ครม. มีมติเห็นชอบปรับภาษีสรรพสามิตรถยนต์ BEV และ REEV นำเข้าเป็น 35% จากปัจจุบันที่ 10% และ 15% ตามลำดับ มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 2027 เพื่อจูงใจให้ค่ายรถลงทุนผลิตและประกอบรถยนต์ รวมถึงชิ้นส่วนสำคัญในไทย และสนับสนุนไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออก EV ระยะกลาง-ยาวมองบวกต่อกลุ่มนิคม (WHA AMATA) และกลุ่มยานยนต์ (AH STANLY SAT)

• 20 สมาคมผู้ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์เสนอภาครัฐเร่งผ่อนปรนอัตราส่วนการนำเข้าข้าวโพดและข้าวสาลีจาก 3:1 เป็น 2:1 ชั่วคราวช่วง ก.พ.-ส.ค. 2027 หลังราคาข้าวโพดในประเทศปรับสูงขึ้นจากสภาพอากาศและการเก็บเกี่ยวที่ล่าช้า ประเมินผลกระทบระยะสั้นยังจำกัด เพราะผู้ประกอบการมีสต๊อกราว 2-3 เดือน ขณะที่หากมาตรการได้รับอนุมัติจะส่งผลดีต่อต้นทุนอาหารสัตว์ปี 2027 มองบวกต่อกลุ่มสัตว์บก (BTG)

• ม. หอการค้าไทยปรับลดเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้ลง 4.5% สู่ 31.5 ล้านคน รับแรงกดดันจากต้นทุนเดินทางและวิกฤตตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดี ยังคงมุมมองบวกต่อปี 2027 โดยคาดการณ์นักท่องเที่ยวจะฟื้นตัวกลับสู่ 34 ล้านคน (+7.9% YoY) แรงหนุนสำคัญมาจากนักท่องเที่ยวจีนที่ยังคงเติบโตโดดเด่นถึง 15.2% ในช่วง 9M26 ระยะยาวยังมองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (ERW AOT)

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัว Sideways แรงกดดันจากความไม่แน่นอนของปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก โดยต้องจับตาผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ (3 พ.ย.) อย่างใกล้ชิด เพราะจะส่งผลต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ ตลาดทุนโลก และอาจมีนัยต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่การประชุม BoE ตลาดคาดมีมติขึ้นดอกเบี้ย ส่วนปัจจัยในประเทศคาดตลาดยังให้น้ำหนักกับการทยอยประกาศงบ 3Q26 ของ บจ. ในกลุ่ม Real Sector และติดตาม ครม. พิจารณาอนุมัติหลักเกณฑ์ดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้น “Buy on Dip”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET จะเคลื่อนไหว Sideways จากปัจจัยความไม่แน่นอนจากต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่วนในประเทศคาดตลาดจะให้น้ำหนักกับการประกาศงบ 3Q26 กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. Earnings Momentum Play เก็งกำไรระยะสั้นรับปัจจัยบวกเฉพาะตัวในสัปดาห์นี้ สำหรับหุ้นที่คาดจะประกาศผลประกอบการ 3Q26 เติบโต YoY หรือ QoQ อีกทั้งเราแนะนำ Outperform ได้แก่ TRUE TU GULF KCE OR TIDLOR 

2. FDI & Tech-Infra Play ซึ่งได้อานิสงส์จากวัฏจักรการลงทุนในประเทศที่เร่งตัวขึ้น และแผนปรับโครงสร้างสู่พลังงานสะอาดของภาครัฐ รวมทั้งเก็งกำไรจากความคืบหน้า ครม. เตรียมพิจารณาอนุมัติหลักเกณฑ์ดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB) กลุ่มนิคม (WHA AMATA) กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) และกลุ่มพลังงานหมุนเวียน (GULF GPSC GUNKUL)

3. Geopolitical Relief Play สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไรระยะสั้น หากผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ออกมาในรูปแบบรัฐบาลแบ่งแยก (Divided Government) คาดจะช่วยให้ตลาดคลายกังวลต่อปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ลงได้บ้าง ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานปรับลง และหนุนการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อในตะวันออกกลาง ได้แก่ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) การแพทย์ (BH BDMS)

4. Laggard & Earnings Play ซึ่งเน้นความปลอดภัยโดยโฟกัสหุ้นที่คาดกำไร 3Q26 จะเติบโตแกร่งทั้ง YoY และ QoQ ควบคู่กับราคาหุ้นบนกระดานที่ยัง Laggard เพื่อรับ Margin of Safety ที่สูง และมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง ได้แก่ AOT AP BCH BDMS CPN TRUE TU

Daily Top Picks

BGRIM: ปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลงตามราคาก๊าซฯ ยุโรป และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง บริษัทมีโอกาสเติบโตในหลายด้านผ่านการขยายกำลังการผลิตตาม PDP2026, โอกาส Direct PPA กับ Data Center และการรุกธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ SMR ในระยะยาว เป้าหมายระยะสั้นที่ 20.00 บาท

KCE: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากโมเมนตัมการปรับขึ้นของหุ้นเทคฯ โลก และค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าสนับสนุนรายได้ส่งออก ผลประกอบการ 2H26 คาดจะเติบโตต่อเนื่อง สนับสนุนจากการปรับขึ้นราคาขายราว 10-12% และการขยายกำลังการผลิต HDI เพื่อรองรับอุปสงค์ที่อยู่ในระดับสูง เป้าหมายระยะสั้นที่ 68.25 บาท

 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 04 พ.ย. 2569 เวลา : 11:51:44
04-11-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (4 พ.ย.69) บวก 11.08 จุด ดัชนี 1,502.09 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (4 พ.ย.69) ลบ 1.35 จุด ดัชนี 1,489.66 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำยังสามารถทรงตัวเหนือระดับ 3,900 เหรียญ ได้เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน หลังเมื่อวานปรับตัวลงทดสอบบริเวณดังกล่าวก่อนมีแรงซื้อกลับ

4. ทองเปิดตลาดวันนี้ (4 พ.ย.69) พุ่งขึ้น 450 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 63,750 บาท

5. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (4 พ.ย.69) ลบ 4.82 จุด ดัชนี 1,486.19 จุด

6. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (3 พ.ย.69) ร่วง 197.26 จุด ผิดหวังผลประกอบการ Apple, Nasdaq ฟื้นตัว พุ่ง 207.65 จุด จากแรงซื้อหุ้น AI

7. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.60 - 33.85 บาท/ดอลลาร์

8. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (3 พ.ย.69) ร่วง 29.20 เหรียญ เหตุดอลลาร์แข็งค่า-บอนด์ยีลด์พุ่ง ฉุดตลาด

9. พยากรณ์อากาศวันนี้ (4 พ.ย.69) "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคตะวันออก-ภาคใต้" ฝนฟ้าคะนอง 60% ลมกระโชกแรง ภาคกลาง 40% ภาคเหนือ 20% ภาคอีสาน 10%

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (4 พ.ย.69) ทรงตัว ที่ระดับ 33.76 บาทต่อดอลลาร์

11. ประกาศ การประปานครหลวง เรื่อง ซ่อมท่อประธาน ที่แตกรั่ว เป็นกรณีเร่งด่วน

12. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (3 พ.ย.69) ลบ 16.19 จุด ดัชนี 1,491.01 จุด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (3 พ.ย.69) ลบ 2.34 จุด ดัชนี 1,504.86 จุด

14. พยากรณ์อากาศวันนี้ (3 พ.ย.69) ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงบางแห่ง "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคตะวันออก-ภาคใต้" ฝน 60% ภาคกลาง 40% ภาคเหนือ 30% ภาคอีสาน 20%

15. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (2 พ.ย.69) บวก 213.67 จุด ขานรับน้ำมัน-บอนด์ยีลด์ร่วง จับตาเลือกตั้งกลางเทอม-จ้างงานสหรัฐฯ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 4, 2026, 5:49 pm