แบงก์-นอนแบงก์
ธอส. ขานรับนโยบายรัฐ "โครงการบ้านคนละหลัง PLUS" ยอดลงทะเบียนเพื่อรับรหัสขอสินเชื่อวงเงินกว่า 34,000 ล้านบาท สร้างโอกาสทำให้คนไทยมีบ้าน พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์


ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เผยสินเชื่อนโยบายรัฐ "โครงการบ้านคนละหลัง PLUS" กระแสตอบรับล้นหลาม ยอดลงทะเบียน 11,430 ราย วงเงิน 34,290 ล้านบาท หรือคิดเป็น 68% ของกรอบวงเงินรวม 50,000 ล้านบาท สร้างโอกาสให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและปานกลางสามารถเข้าถึงสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยภายใต้เงื่อนไขที่ผ่อนปรนและอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องให้เติบโต

 
ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ พร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาลและกระทรวงการคลัง ภายใต้การกำกับดูแลของ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ต้องการสร้างโอกาสให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยในเงื่อนไขที่ผ่อนปรนและอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับศักยภาพของตนเอง พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องให้เติบโต ภายใต้โครงการบ้านคนละหลัง PLUS หลังเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา ล่าสุด ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 มีผู้สนใจลงทะเบียนเพื่อรับรหัสขอสินเชื่อแล้วกว่า 11,430 ราย วงเงินสินเชื่อรวม 34,290 ล้านบาท หรือคิดเป็น 68% จากกรอบวงเงินรวม 50,000 ล้านบาท สะท้อนความต้องการเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยภายใต้เงื่อนไขของโครงการฯ 
 
โดยธนาคารจะนำแนวนโยบายของกระทรวงการคลังมาดำเนินการผ่านโครงการต่างๆ การให้บริการและพิจารณาสินเชื่อตามหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนที่มีความพร้อมสามารถก้าวสู่การเป็นเจ้าของบ้านได้

ดร.มหัทธนะ กล่าวเพิ่มเติมว่า หัวใจสำคัญของโครงการนี้ คือการช่วยให้ข้อจำกัดด้านรายได้และภาระค่าครองชีพไม่เป็นอุปสรรคต่อการมีบ้าน ธอส. จึงขานรับนโยบายรัฐบาลในการจัดทำโครงการบ้านคนละหลัง PLUS ขึ้น สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อหรือปลูกสร้างที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท เพื่อช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยและปานกลางเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น แบ่งเป็นลูกค้ากลุ่มที่เข้าเกณฑ์ผ่อนปรนรายได้และค่าครองชีพ อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นปีที่ 1–2 เท่ากับ 2.80% ต่อปี ปีที่ 3 เท่ากับ 3.50% ต่อปี ปีที่ 4-5 เท่ากับ 4.00% ต่อปี ปีที่ 6-7 เท่ากับ MRR -2.00% ต่อปี ตั้งแต่ปีที่ 8 จนถึงตลอดอายุสัญญา ลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR -0.75% ต่อปี ลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ 
 
MRR -1.00% ต่อปี และลูกค้ากลุ่มที่เข้าเกณฑ์รายได้ปกติ อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นปีที่ 1–2 เท่ากับ 2.60% ต่อปี ปีที่ 3 เท่ากับ 3.40% ต่อปี และปีที่ 4–5 เท่ากับ 4.00% ต่อปี ปีที่ 6–7 เท่ากับ MRR -2.00% ต่อปี ตั้งแต่ปีที่ 8 จนถึงตลอดอายุสัญญา ลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR -0.75% ต่อปี ลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR -1.00% ต่อปี และกู้เพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัย เท่ากับ MRR (อัตราดอกเบี้ย MRR ของ ธอส. ปัจจุบันอยู่ที่ 6.145% ต่อปี) ระยะเวลาการกู้นานสูงสุด 40 ปี กรณีกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระเงินงวดเริ่มต้นเพียงเดือนละ 3,600 บาท

นอกจากประโยชน์ต่อภาคครัวเรือนแล้ว การสนับสนุนให้ประชาชนซื้อหรือปลูกสร้างบ้านยังเชื่อมโยงกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายด้าน ทั้งการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง การจ้างงาน ตลอดจนสินค้าและบริการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย โครงการบ้านคนละหลัง PLUS จึงเป็นกลไกสำคัญของกระทรวงการคลังที่เชื่อมการสร้างโอกาสให้ประชาชนมีบ้านเข้ากับการสนับสนุนเศรษฐกิจ โดยมี ธอส. เป็นสถาบันการเงินหลักในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ





ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ในการประชุมติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงการคลัง ณ จังหวัดอุดรธานี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เป็นประธานมอบสินเชื่อโครงการบ้านคนละหลัง PLUS ให้แก่ลูกค้า ธอส. ที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อ สะท้อนการขับเคลื่อนนโยบายสู่ผู้ได้รับประโยชน์ในพื้นที่ และการติดตามผลให้มาตรการด้านที่อยู่อาศัยเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนผ่านช่องทาง GHB Buddy เพื่อรับรหัสก่อนนำมาใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อ 
ณ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2573 หรือจนกว่าจะเต็มกรอบวงเงินโครงการ 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ G H BANK Call Center โทร. 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารผ่าน G H BANK Social Media ทุกช่องทาง
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 04 พ.ย. 2569 เวลา : 13:09:16
04-11-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (4 พ.ย.69) บวก 11.08 จุด ดัชนี 1,502.09 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (4 พ.ย.69) ลบ 1.35 จุด ดัชนี 1,489.66 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำยังสามารถทรงตัวเหนือระดับ 3,900 เหรียญ ได้เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน หลังเมื่อวานปรับตัวลงทดสอบบริเวณดังกล่าวก่อนมีแรงซื้อกลับ

4. ทองเปิดตลาดวันนี้ (4 พ.ย.69) พุ่งขึ้น 450 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 63,750 บาท

5. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (4 พ.ย.69) ลบ 4.82 จุด ดัชนี 1,486.19 จุด

6. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (3 พ.ย.69) ร่วง 197.26 จุด ผิดหวังผลประกอบการ Apple, Nasdaq ฟื้นตัว พุ่ง 207.65 จุด จากแรงซื้อหุ้น AI

7. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.60 - 33.85 บาท/ดอลลาร์

8. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (3 พ.ย.69) ร่วง 29.20 เหรียญ เหตุดอลลาร์แข็งค่า-บอนด์ยีลด์พุ่ง ฉุดตลาด

9. พยากรณ์อากาศวันนี้ (4 พ.ย.69) "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคตะวันออก-ภาคใต้" ฝนฟ้าคะนอง 60% ลมกระโชกแรง ภาคกลาง 40% ภาคเหนือ 20% ภาคอีสาน 10%

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (4 พ.ย.69) ทรงตัว ที่ระดับ 33.76 บาทต่อดอลลาร์

11. ประกาศ การประปานครหลวง เรื่อง ซ่อมท่อประธาน ที่แตกรั่ว เป็นกรณีเร่งด่วน

12. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (3 พ.ย.69) ลบ 16.19 จุด ดัชนี 1,491.01 จุด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (3 พ.ย.69) ลบ 2.34 จุด ดัชนี 1,504.86 จุด

14. พยากรณ์อากาศวันนี้ (3 พ.ย.69) ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงบางแห่ง "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคตะวันออก-ภาคใต้" ฝน 60% ภาคกลาง 40% ภาคเหนือ 30% ภาคอีสาน 20%

15. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (2 พ.ย.69) บวก 213.67 จุด ขานรับน้ำมัน-บอนด์ยีลด์ร่วง จับตาเลือกตั้งกลางเทอม-จ้างงานสหรัฐฯ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 4, 2026, 5:50 pm