วันนี้ (17 มิ.ย.) ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้หารือผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ กรมราชทัณฑ์ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) เพื่อดำเนินการช่วยเหลือนายวีระ สมความคิด ที่ยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำเปรยซอร์ ประเทศกัมพูชา โดยมี นายรักษเกชา แฉ่ฉาย รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นประธาน ที่ห้องประชุมชั้น 5 สำนักตรวจการแผ่นดิน นายรักษเกชา กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมว่า จากกรณีนี้เคยมีการประสานงานไปยังกัมพูชาแล้ว แต่ติดเงื่อนไขเรื่องความตกลงระหว่างไทย-กัมพูชา เกี่ยวกับการโอนตัวผู้ต้องโทษว่าไม่สามารถโอนตัวผู้ต้องโทษได้ หากเป็นคดีที่ต้องโทษเกี่ยวกับภัยความมั่นคง การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และการค้าวัตถุโบราณ ซึ่งนายวีระ สมความคิด ต้องโทษเกี่ยวกับภัยความมั่นคง ซึ่งเป็นเรื่องที่ขัดกับเงื่อนไขการโอนตัวผู้ต้องโทษ ดังนั้นที่ประชุมจึงเห็นว่าจะใช้กลไกช่องทางตามกฎหมายกัมพูชา เรื่องการขอลดโทษ ซึ่งนายวีระ สมความคิด ถูกสั่งจำคุก 8 ปี และเคยได้รับการลดโทษมาแล้ว 1 ครั้ง จำนวน 6 เดือน เหลือโทษจำคุก 7 ปี 6 เดือน ซึ่งขณะนี้รับโทษมาแล้ว 3 ปี 6 เดือน และช่องทางที่ 2 คือ กระบวนการการขอพระราชทานอภัยโทษ โดยผู้ต้องโทษจะต้องได้รับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 ซึ่งช่องทางนี้ นายวีระ สมความคิด จะต้องรับโทษอีก 1 ปี จึงจะเข้าตามเงื่อนไข ที่ประชุมฯ เห็นด้วยที่จะสนับสนุนให้ใช้กลไกตามกฎหมาย ยืนยันจะใช้สิทธิโดยไม่ล่วงละเมิดกฎหมายกัมพูชา และหลังจากนี้จะนำเสนอผลการหารือต่อที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อความรอบคอบ ประสานผ่านช่องทางทางการทูตโดยกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนจะประสานคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เพื่อให้ช่วยเหลือหรือไม่ ขึ้นกับดุลยพินิจของกระทรวงการต่างประเทศ
ข่าวเด่น