ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
ไทยออยล์วิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงเนื่องจากปริมาณสำรองน้ำมันดิบคงคลังเพิ่มขึ้นประกอบกับเฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ย


-  สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) ได้รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบคงคลังในสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.8 ล้านบาร์เรลขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 490.9 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดของปี สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังจะปรับตัวลดลง 1.4 ล้านบาร์เรล ในขณะที่ปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ เมืองคุชชิ่ง โอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งส่งมอบน้ำมันดิบสหรัฐฯ ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 607,000 บาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา
  

-  คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% จากระดับ 0-0.25% มาอยู่ที่ระดับ 0.25-0.50% ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวแข็งค่าขึ้น ซึ่งถือเป็นการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี  เนื่องจากอัตราการว่างงานในสหรัฐฯ ลดลง ประกอบกับอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ
  

-  ผู้นำของสภาคองเกรสสหรัฐฯ เห็นพ้องให้มีการยกเลิกคำสั่งห้ามการส่งออกน้ำมันจากสหรัฐฯ หลังบังคับใช้มานานกว่า 40 ปี ส่งผลให้อุปทานในตลาดจะมีเพิ่มมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามข้อตกลงดังกล่าวยังคงต้องรอการอนุมัติจากวุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ รวมไปถึงประธานาธิบดี บารัค โอบามา ต้องลงนามเป็นกฎหมายเสียก่อน
  

+  ดัชนี PMI คาดการณ์ล่วงหน้าในเดือนธันวาคม ของกลุ่มประเทศยูโรโซน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 54.2 เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายนที่ระดับ 54.0 เนื่องจากผลผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในรอบ 20 เดือน ในขณะที่ภาคบริการยังคงขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตัวเลขการจ้างงานปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับสูงสุดครั้งแรกในรอบ 4 ปี

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากโรงกลั่นในสิงคโปร์ขยายระยะเวลาในการปิดซ่อมบำรุง เช่นเดียวกับโรงกลั่นในมาเลเซียที่ยังคงปิดซ่อมบำรุงตามแผนและการปิดซ่อมบำรุงอย่างกะทันหันของโรงกลั่นในไต้หวัน ส่งผลให้มีความกังวลต่ออุปทานในภูมิภาค
  

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันจากอุปทานที่เพิ่มมากขึ้นจากประเทศอินเดีย และตะวันออกกลาง เนื่องจากไม่สามารถส่งไปขายยังทวีปยุโรปได้ ประกอบกับค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับสูงส่งผลให้โรงกลั่นในภูมิภาคยังคงอัตรากำลังการผลิตในระดับสูงเช่นกัน

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ
  

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวที่กรอบ 34-39 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 36-42 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

  

การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 15-16 ธ.ค. นี้ โดยตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ หลังจากที่คงอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ระดับต่ำที่ร้อยละ 0 - 0.25 มานานกว่า 7 ปี หลังจากข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้กระแสการคาดการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ  มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น  และส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบซึ่งซื้อขายในสกุลดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้น
  

จับตารายงานของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ในวันที่ 15 ธ.ค. ว่าอิหร่านสามารถปฎิบัติตามข้อตกลงทั้งหมดได้หรือไม่ หากอิหร่านสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงทั้งหมด จะส่งผลให้ได้รับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรและกลับมาส่งออกน้ำมันดิบตามปกติภายในปีหน้า ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าอิหร่านอาจส่งออกน้ำมันดิบสู่ตลาดโลกมากขึ้นอีกราว 5 - 7 แสนบาร์เรลต่อวันภายในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559
  

ตลาดน้ำมันดิบยังคงเผชิญกับภาวะอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดยังคงไม่คลี่คลาย หลังการประชุมกลุ่มโอเปกไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับเพดานการผลิตน้ำมันสำหรับช่วง 6 เดือนข้างหน้าได้  ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณให้ประเทศสมาชิกยังคงเดินหน้าผลิตน้ำมันดิบในระดับปัจจุบันต่อไปซึ่งเกินเพดานถึงวันละกว่า 1 ล้านบาร์เรล จากเพดานปัจจุบันที่ 30 ล้านบาร์เรล/วัน เพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดจากผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปกไว้
  

ติดตามทิศทางเศรษฐกิจยูโรโซน หลังจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับร้อยละ 0.05 และปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ร้อยละ 0.1 สู่ระดับ เป็นร้อยละ -0.3 (อัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ติดลบมีหมายความว่าธนาคารพาณิชย์ต้องจ่ายค่าฝากเงินให้กับ ECB) นอกจากนี้ ECB มีมติขยายระยะเวลาในการดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ออกไปจนถึง มี.ค. 2560 จากเดิมที่จะสิ้นสุด ก.ย. 2559

 

 


บันทึกโดย : วันที่ : 17 ธ.ค. 2558 เวลา : 13:11:14

03-03-2024
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ March 3, 2024, 1:50 pm