“Selective Play”
CNS Daily Strategy : คาดตลาด “Sideway” ต้าน 1758/1766จุด รับ 1738/1735จุด ความเสี่ยงทางการเมืองสหรัฐฯเพิ่มขึ้น หลัง FBI บุกตรวจค้นสำนักงานทนายส่วนตัวของทรัมป์ ซึ่งอาจมีข้อมูลเกี่ยวกับการที่รัสเซียมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสหรัฐฯได้ กดดันการลงทุน แต่ประเด็นดังกล่าวทำให้ค่าเงินดอลล่าร์อ่อนค่าสู่ 89.81 จุด หนุนราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นกว่า +2.29% คาดกระตุ้นกลุ่มพลังงานพยุงตลาดได้ ส่วนในประเทศ World Bank ปรับเพิ่ม GDP ไทยปี 2018 สู่ +4.1% ตอบรับส่งออกและการบริโภคฟื้นตัว เพิ่ม Sentiment บวกต่อไทย กลยุทธ์วันนี้แนะ Theme “Selective Play” : ERW, IVL, SCC
Nomura : Key Factors
- (-) US: FBI บุกตรวจค้นสำนักงานทนายส่วนตัวของทรัมป์ ซึ่งอาจมีข้อมูลเกี่ยวกับการที่รัสเซียมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสหรัฐฯได้
- (+) Currency: ความเสี่ยงการเมืองสหรัฐฯที่เพิ่มขึ้น หนุนค่าเงินดอลล่าร์อ่อนค่า
- (+) Trade: รัฐมนตรีคลังสหรัฐมองสหรัฐและจีนจะสามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้
- (+) OIL: ราคาน้ำมันดิบวานนี้ WTI +2.19%% สู่ $63.42/bbl / BRT +2.29% สู่ $68.65/bbl
- (+) TH: World Bank ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2018 จะขยายตัว +4.1%
- (+) Fund Flow:ล่าสุดซื้อหุ้น+1,479ลบ,Long Future+9,805สัญญา,ซื้อBond+2,295ลบ.
Nomura Daily Top Picks: ERW, IVL, SCC
Equity Daily Outlook : คาดดัชนีวันนี้ “Sideway” แนวต้าน 1758/1766จุด รับ 1738/1735จุด
ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงโลกอ่อนตัวลงจากประเด็นที่เจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) ได้บุกเข้าตรวจค้นสำนักงานของทนายความส่วนตัวของปธน.ทรัมป์ พร้อมกับยึดเอกสารต่างๆ ซึ่งอาจมีข้อมูลเกี่ยวกับการที่รัสเซียมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งของสหรัฐฯในช่วงที่ผ่านมา เพิ่มความเสี่ยงทางการเมืองมากขึ้น กดดัน Sentiment การลงทุนโดยรวม แต่อย่างไรก็ดี ตลาดยังได้แรงหนุนจากประเด็นการค้าที่ผ่อนคลายลง หลังจากนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐได้ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่า สหรัฐและจีนจะสามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ก่อนที่จะมีการเรียกเก็บภาษีนำเข้า ผสานกับค่าเงินดอลล่าร์ที่อ่อนค่าสู่ระดับ 89.809 จุด เป็นปัจจัยหนุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ฟื้นเด่น โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ฟื้นตัวขึ้นกว่า +2.29% สู่ระดับ 68.65 เหรียญ /bbl คาดกระตุ้นกลุ่มพลังงานพยุงตลาดได้ ส่วนปัจจัยในประเทศ ธนาคารโลก (World Bank) ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2018 จะขยายตัว +4.1% ซึ่งเป็นการเติบโตสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2012 แรงหนุนจากภาคการส่งออก รวมถึงอัตราการใช้กำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมและการนำเข้าสินค้าทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งสัญญาณว่าการบริโภคในประเทศกำลังฟื้นตัว เป็นปัจจัยหนุนการลงทุนในไทย
Asset allocation : ถือหุ้น 70% และเงินสด 12.5% ทองคำ 12.5% ตลาดบอนด์ 5%
Daily Strategy : ถือหุ้น 70% Sector Rotation เน้นสะสม Domestic Play TOA, CK, STEC, PYLON, CPALL, HMPRO, BH, AOT, ERW, MONO และ ปิโตรเคมี(IVL, IRPC) และยังหลีกเลี่ยงกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสงครามการค้า (ส่งออก + TVO) และระมัดระวังก่อนช่วงหยุดยาว วันนี้เน้น “Selective Play”
Investment related play : HMPRO คาดกำไร 1Q18F ดี +28% y-yเป็น Sentiment บวกต่อ GLOBAL, TOA
Domestic play: World bank ปรับ GDP growth ไทยเพิ่มเป็น 4.1% เน้นค้าปลีก (CPALL GLOBAL ROBINS TOA MONO)
Songkran play : เม.ย. SET ให้ผลตอบแทนบวก 7 ใน 10 ปีย้อนหลัง เฉลี่ย 2.6% โดยเน้นหุ้นที่ Probability สูงกว่า : 1) บวก 10/10 เก็งกำไร PTTEP 2) บวก 9/10 SCC 3) บวก 8/10 SNC BBL BDMS IRPC BLAND MAJOR
Tourism play : BH (Laggard BDMS), ERW + Air line (เก็งกำไร THAI) เป็น High season และมองน้ำมัน 2Q18F ทรงตัวกรอบ 60-75 เหรียญ
Summer Play : หุ้นรับประโยชน์จากอากาศร้อน SNC และ MAJOR เด่นช่วงปิดเทอม
April Top Picks : TOA, IVL, GLOBAL, ROBINS, MAJOR, MONO
Best Picks 2Q18 : CPALL, ROBINS, GLOBAL, KBANK, TMB, TOA, AMATA, IVL, IRPC, BH, MONO
Investment Theme:
2Q18 Theme Domestic : Scent of Election & Domestic Confidence
Best Picks 2Q18 : CPALL, ROBINS, GLOBAL, KBANK, TMB, TOA, AMATA, IVL, IRPC, BH, MONO
1) Consumer & Farm Income Related : CPALL, ROBINS, GLOBAL, MONO, JUBILE, SNC
2) Investment Related : KBANK, BBL, TMB, TOA, SCC, GLOBAL, HMPRO, STEC, CK, PYLON
3) Property : GOLD, LH, AP, SIRI, SC, BLAND
4) Tourism Internal & External Support : BH, BDMS, AOT, ERW, BTS
5) Global Play : IVL, IRPC and eye on PTL, AJ
Fundamental & Tactical Daily Top Picks :
ERW (TP18F 9*): Support 8.0/7.75 Resistant 8.6/8.85
- Theme : Earnings Play
- Earnings outlook : คาดกำไรสุทธิ 1Q18F ที่ 260 ล้านบาท +25% y-y, +61% q-q และคาดกำไรปกติ 2017-19F +28% CAGR จากการท่องเที่ยวไทยที่ยังสดใส โดยจะมีการเปิด Hop Inn ในเมืองไทยอีก 4 แห่งและในฟิลิปปินส์ 3 แห่ง รวมถึง เพิ่มโรงแรมระดับ Midscale และ Economy 2 โรงแรม คือ Novotel และ Ibis style โดยรวมถือเป็นการกระจายความเสี่ยง และเป็นโมเดลที่ประสบความสำเร็จโดยเฉพาะ Hop Inn
- Valuation : ราคาเริ่ม Outperform ได้ หลังปรับฐานมานาน ยังเป็นจุดน่าสนใจ โดยมี PER 18F 32.2x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอดีต 37.5 เท่า
- Catalyst : เป็นช่วง High season และคาดเห็น Sector rotation มากลุ่มท่องเที่ยว ในภาวะที่หลายอุตสาหกรรมมีปัจจัยกดดัน
IVL (TP18F 66*): Support 55.0/54.0 Resistant 57.0/58.25
- Theme: Earnings Play
- Earnings Outlook: คาดกำไรก่อนภาษี 1Q18F ที่ 5.9 พันลบ. เพิ่มขึ้น +11% y-y, +36% q-q ผลดำเนินงานปกติเติบโตเด่น เพิ่มขึ้นทั้งปริมาณผลิตและ Spread ของสินค้า ในขณะที่ Operating rate ยืนระดับ 86% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนเล็กน้อย และคาดปริมาณผลิตรวมที่ 10.3 MTA +11%YoY จากโครงการ US Gas Cracker, PTA Expansion, EO/EG Recover และ IPA
- Valuation: ประกาศดีลการเข้าซื้อกิจการ 2 แห่ง ในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา (Corpus Chrisiti PTA1.3mta PET 1.1mta และ Brazil 550kta) ประเมิน upside ทั้งสองโรง เป็นส่วนเพิ่มที่ 3.59 บาท
- Catalyst: คาดกำไรก่อนภาษี 1Q18F ที่ 5.9 พันลบ. เพิ่มขึ้น +11% y-y, +36% q-q ผลดำเนินงานปกติเติบโตเด่น ในขณะที่ Spread PTA ทรงตัวอยู่ในระดับที่ดี
SCC (TP18F 589*): Support 488/484 Resistant 496/502
- Theme: Investment related play
- Earnings Outlook: คาดธุรกิจปูนเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ 1Q18F เป็นต้นไป ตามเศรษฐกิจในประเทศและการก่อสร้างภาครัฐฯ คาดราคาขายปรับเพิ่ม 20-50 บาท/ตัน ผสานแรงส่งธุรกิจปิโตรเคมีสาย Polyethylene ได้แรงหนุนจากอัตรากำไร HDPE ปรับเพิ่มสู่ระดับ US$724/ton +10%QTD โดยรวมคาดกำไร 2018F โต +3.6%y-y สู่ระดับ 5.7 หมื่นลบ.
- Valuation: Laggard กลุ่ม และ SET โดยมีระดับ PER ปี 2018F ที่ 10.3 เท่า ต่ำกว่า PER เฉลี่ย5ปี ที่ 13 เท่า
- Catalyst: รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการก่อสร้างภาครัฐ ปัจจัยระยะสั้น SCC ให้ผลตอบแทนเดือน เม.ย.เป็นบวก 9 ใน 10 ปีย้อนหลัง
Note: TP (Bloomberg Consensus) , *TP(CNS), **TP(Nomura)
ข่าวเด่น