Market summary
เมื่อวานที่ผ่านมา SET เผชิญกับแรงขายตามภูมิภาคภายหลังจีนแถลงยกเลิกการเจรจาการค้ากับสหรัฐ โดยมีแรงขายทำกำไรใน BEM และหุ้นกลุ่มการเงินอย่าง JMT, CHAYO , KTC และกลุ่มปิโตร-commodity อย่าง PTTGC, IVL, BANPU, CPF ณ สิ้นวัน SET ปิดที่ 1,749.4 จุด (-6.7 จุด) ด้วยมูลค่าการซื้อขายราว 4.4 หมื่นล้านบาท ลดลงจากวันก่อนหน้าที่ 7.8หมื่นล้านบาท
นักลงทุนต่างชาติพลิกกลับมาขายหุ้นไทยที่ 716 ล้านบาท (นักลงทุนสถาบันขายสุทธิที่ 2,223 ล้านบาท) แต่กลับมาเปิดสถานะ Long SET50 index future สุทธิ 1,241 สัญญา
Investment theme
ตลาดหุ้นขาดปัจจัยสนับสนุน ประเมินแกว่งตัวในกรอบ : ประเด็นสงครามการค้ากลับมาน่ากังวลอีกครั้ง ภายหลังจีนยกเลิกการเดินทางเจรการกับสหรัฐ โดยลำดับถัดไปเราแนะนักลงทุนติดตามการตอบโต้จากฝั่งสหรัฐ ว่าจะเริ่มแผนขั้นต่อไปโดยการนำแผนการขึ้นภาษีครั้งที่ 4 วงเงินสูงกว่า 2.6 แสนล้านเหรียญสหรัฐทำประชาพิจารณ์ อีกทั้งใกล้กำหนดการเจรจาการค้ากับแคนาดาในวันที่ 30 ก.ย. (NAFTA) ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้ข้อสรุป โดยประเด็นสงครามการค้า สิ่งเรากังวลไม่ใช่ต่อเศรษฐกิจสหรัฐและจีน แต่คือการแข็งค่าของดอลลาร์จะกดดันฐานะการเงินในประเทศ Emerging market โดยเฉพาะประเทศตุรกี, อินเดียและอินโดนีเซีย ล่าสุดเริ่มเห็นการผิดชำระหนี้ในประเทศอินเดีย (IL&FS) ในขณะที่แนะจับตาการประชุมธนาคารกลางของอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ในสัปดาห์นี้ แต่สำหรับปัจจัยในประเทศเรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของการบริโภค ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแบบกดเงินสดสำหรับ 11.4 ล้านคน สอดคล้องกับมุมมองธปท.ที่ล่าสุดปรับเป้าการบริโภคขึ้นเป็น 4.2% และการลงทุนภาครัฐ โดยสรุปเรายังคงกังวลผลกระทบจากปัจจัยต่างประเทศ ในขณะที่มีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจในประเทศ พร้อมประเมินว่าในช่วง 4Q18 รัฐมีโอกาสออกมาตรการกระตุ้นกำลังซื้ออีกครั้ง แนะกลุ่มบริโภคอย่าง CPALL, BJC
Investment Theme: คงคำแนะนำรอซื้อบริเวณแนวรับ 1,730 และ 1,745 จุด+/-เน้นหุ้นกลุ่ม Domestic นำโดย CPALL, STEC, BEM, SCB และหุ้นที่ปัจจัยพื้นฐานดีแต่ราคายังไม่ขึ้น (มี Upside) นำโดย GOLD, PRM, BLAND พร้อมแนะเลี่ยงการลงทุนในกลุ่มท่องเที่ยวและสายการบิน เนื่องจากมองว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังฟื้นตัวลำบาก
Big issue
เมื่อคืนที่ผ่านมา – นายกฯ รับสนใจการเมือง แต่ขอเวลาตัดสินใจ/ OPEC ไม่รับข้อเสนอการผลิตน้ำมันของ Trump / OSP กำหนดขาย IPO ราคา 22-25 บาท / Loan growth กลุ่มธนาคารเดือนส.ค.เติบโต 0.2% MoM
Stock pick : -
Trading idea – ชะลอแรงเก็งกำไร CKP พร้อมแนะนำทยอยขายบริเวณแนวต้าน 5.30 และ 5.50 บาท / ไม่แนะนำเก็งกำไร TVD จากประเด็นเข้าซื้อช่อง Spring news / เก็งกำไร PTTEP เราปรับราคาเหมาะสมเพิ่มเป็น 160 บาท/หุ้น โดยคาดผลประกอบการ 3Q เติบโต 56%YoY, 7.5%QoQ ที่ 1.15 หมื่นล้านบาท สนับสนุนจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 3.3%YoY เป็น 308KBOED และราคาขายที่เพิ่มขึ้น 39% เป็น 48.8 เหรียญต่อ BOE
Technical View
มีแนวโน้มอ่อนตัวลง หากหลุด 1745 แนะนำ Lock Profit: ดัชนีแกว่งออกข้างเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน โดยมีกรอบการแกว่งที่ 1745-1765 โดยตลอดทั้ง 4 วันดัชนีเกิดเป็นแท่งแดง (ปิดต่ำกว่าเปิด) แสดงถึงระหว่างวันไม่มีแรงซื้อที่ต่อเนื่อง หากดัชนีหลุดแนวรับ 1745 แนะนำ Lock Profit ในขาขึ้นรอบนี้ เนื่องจากดัชนีจะมีโอกาสอ่อนตัวลดสอบแนวรับ Neckline ของ Double Bottom ที่ 1730 อย่างไรก็ตามหากเกิดแรง Rebound ระหว่างวันแนะนำขายทำกำไรที่แนวต้านเช่นกัน
กลยุทธ์การลงทุน 1) มีหุ้น : หากหลุด 1745 แนะนำ Lock Profit ในขาขึ้นรอบนี้ แต่หาก Rebound แนะนำขายทำกำไรที่แนวต้าน 1760 และ 1765 2) ไม่มีหุ้น : หากอ่อนตัวหลุด 1745 แนะนำชะลอการ Trading รอดูแนวโน้มที่แนวรับ 1730
แนวรับ : 1730, 1745 แนวต้าน : 1760, 1765
Keep an eye on...
ปัจจัยต่างประเทศ: 26 ก.ย. ประชุม FOMC / Trump เตรียมเจรจาการค้าญี่ปุ่น
ปัจจัยในประเทศ: ยื่นซองประมูลบงกช –เอราวัณ 25 กย. นี้ รู้ผล ธค. / 28 ก.ย. ไทยรายงานดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนส.ค.
หุ้นเทคนิค:
BBL (B 207.00-210.00, Tp 217.00//225.00, Cut 205.00)
PTTEP (B 152.00, Tp 150.00, Cut 160.00)
ข่าวเด่น