ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (28 มี.ค.68) ทรงตัว ที่ระดับ 33.83 บาทต่อดอลลาร์


 

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ (28 มี.ค.68) ที่ระดับ  33.83 บาทต่อดอลลาร์ “ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง”
จากระดับปิดวันที่ผ่านมา 

โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways (แกว่งตัวในกรอบ 33.80-33.94 บาทต่อดอลลาร์) โดยเงินบาทมีจังหวะอ่อนค่าลงบ้างทะลุโซน 33.90 บาทต่อดอลลาร์ ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ หลังรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ ออกมาดีกว่าคาด อาทิ คาดการณ์ครั้งที่ 3 ของอัตราการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 ของปีก่อนหน้า ที่ออกมา +2.4% จากไตรมาสก่อนหน้า เมื่อเทียบเป็นรายปี รวมถึง ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานต่อเนื่อง (Continuing Jobless Claims) ที่ลดลงสู่ระดับ 1.856 ล้านราย อย่างไรก็ดี การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ก็เผชิญแรงกดดันบ้าง หลังผู้เล่นในตลาดยังคงมีความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ที่ล่าสุด รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% ทำให้ผู้เล่นในตลาดบางส่วนทยอยลดสถานะ Long USD เพิ่มเติม นอกจากนี้ ความกังวลแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ยังได้หนุนให้ราคาทองคำ (XAUUSD) ปรับตัวขึ้น ทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ (New All-Time High) โดยการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำดังกล่าว ก็มีส่วนช่วยหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทในช่วงคืนที่ผ่านมา 

บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง ท่ามกลางความกังวลแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ทว่ารายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด รวมถึงแรงซื้อในจังหวะย่อตัวของผู้เล่นในตลาด ก็พอช่วยลดแรงกดดันต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้บ้าง ทำให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด -0.33% 

ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับตัวลงต่อเนื่อง -0.44% ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ กดดันราคาหุ้นกลุ่มยานยนต์อย่างต่อเนื่อง อาทิ Mercedes -2.7% นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ อาทิ Rio Tinto -1.4% หลังราคาทองคำปรับตัวลดลงพอสมควรในช่วงคืนที่ผ่านมา

ในส่วนตลาดบอนด์ แม้ว่ารายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะออกมาดีกว่าคาด ทว่า บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างก็รอทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาว ท่ามกลางความกังวลแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ทำให้โดยรวมบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงแกว่งตัวแถวโซน 4.35% ทั้งนี้ เราคงมุมมองเดิมว่า บอนด์ระยะยาวของสหรัฐฯ ยังมีความน่าสนใจอยู่ ตราบใดที่เฟดยังมีแนวโน้มเดินหน้าลดดอกเบี้ยได้อย่างน้อยตาม Dot Plot ล่าสุด ทำให้เราแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดสามารถรอจังหวะทยอยเข้าซื้อสะสมบอนด์ระยะยาว ในช่วงที่บอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้นได้ (เน้นรอ Buy on Dip)

ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบ Sideways แม้ว่าจะได้แรงหนุนอยู่บ้างจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาดีกว่าคาด ทว่าความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ยังคงทำให้ผู้เล่นในตลาดบางส่วนทยอยลดสถานะ Long USD ลงบ้าง ในจังหวะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ทำให้การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ก็ถูกจำกัดลง และโดยรวมเงินดอลลาร์ยังคงแกว่งตัวแถวโซน 104.3 จุด (แกว่งตัวในกรอบ 104.0-104.5 จุด) ในส่วนของราคาทองคำ ความกังวลต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ได้หนุนให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน มิ.ย. 2025) สามารถปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ (New All-Time High) แถวโซน 3,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งบรรดานักวิเคราะห์ต่างประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อ PCE อาจยังคงทรงตัวแถวระดับ 2.5% ทำให้เฟดยังคงมีท่าทีไม่เร่งรีบเดินหน้าลดดอกเบี้ย จนกว่าเฟดจะมั่นใจในแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อ เมื่อประเมินผลกระทบจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อประเมินแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยนโยบายของเฟด  

ส่วนในฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจอังกฤษ ผ่านรายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือนกุมภาพันธ์ พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ด้วยเช่นกัน โดยในช่วงนี้ ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ ECB ซึ่งส่งสัญญาณว่า ECB สามารถเดินหน้าลดดอกเบี้ยต่อได้นั้น ก็มีส่วนกดดันให้เงินยูโร (EUR) อ่อนค่าลงบ้าง หรือจำกัดการรีบาวด์แข็งค่าขึ้นของเงินยูโร

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท แม้ว่าเงินบาทจะมีจังหวะแข็งค่าขึ้นบ้าง รับอานิสงส์การปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ของราคาทองคำ แต่เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังเสี่ยงทยอยอ่อนค่าลงแบบค่อยเป็นค่อยไป หรืออาจกล่าวได้ว่า เงินบาทอาจแกว่งตัวในลักษณะ Sideways Up ท่ามกลางความกังวลแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งอาจช่วยหนุนเงินดอลลาร์ในช่วงนี้ได้ จนกว่าตลาดจะเห็นความชัดเจนของการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะในฝั่งไทย ว่าประเทศไทยจะเสี่ยงเผชิญการเก็บภาษีนำเข้าตอบโต้ (Reciprocal Tariff) หรือนโยบาย Non-Tariff อื่นๆ หรือไม่ เนื่องจากประเทศไทยมีการเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่สงครามการค้ารอบแรกในปี 2018 

อย่างไรก็ดี เรามองว่า การอ่อนค่าของเงินบาทก็อาจถูกชะลอลงบ้าง หากราคาทองคำยังสามารถปรับตัวขึ้นต่อได้ หรืออย่างน้อยก็แกว่งตัวในกรอบ Sideways นอกจากนี้ ควรจับตาทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ ที่แม้จะทยอยเข้าซื้อสินทรัพย์ไทยบ้าง โดยเฉพาะในส่วนของตลาดหุ้นไทย แต่เราคงกังวลว่า ฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติก็ยังมีความไม่แน่นอนอยู่ และอาจส่งผลกระทบต่อความผันผวนของค่าเงินบาทได้ ทั้งนี้ เราประเมินว่า ในระยะหลัง นักวิเคราะห์ต่างชาติเริ่มปรับมุมมองต่อหุ้นไทยดีขึ้นมาก เช่น ปรับมุมมองเป็น “Overweight” ทำให้เราคาดว่า แรงขายหุ้นไทยอาจไม่ได้สูงมากนัก เหมือนช่วงก่อนหน้า และนักลงทุนต่างชาติ อาจใช้จังหวะการปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นไทยที่อาจเกิดขึ้น ในการทยอยเข้าซื้อ หรือ Buy on Dip ได้ 

อนึ่ง ในช่วง 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย บรรดาผู้เล่นในตลาดจะทยอยรับรู้รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ ซึ่งจากสถิติในรอบ 1 ปี ที่ผ่านมานั้น เงินบาท (USDTHB) อาจแกว่งตัวได้ถึง +0.10%/-0.22% ในช่วงหลังรับรู้รายงานข้อมูลดังกล่าว 30 นาที ทำให้เราขอย้ำว่า ผู้เล่นในตลาดควรระวังความผันผวนของตลาดค่าเงินในช่วงดังกล่าว

ท่ามกลางความผันผวนในตลาดการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในช่วงปีหน้าที่จะเผชิญกับ Trump’s Uncertainty ทำให้เรายังคงแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการปิดความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการใช้เครื่องมือเช่น Options หรือ สกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้

มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.75-34.05 บาท/ดอลลาร์ (ระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ)

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 28 มี.ค. 2568 เวลา : 11:33:29

03-04-2025
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ April 3, 2025, 9:06 am