ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (14 ม.ค.69) ทำนิวไฮ บวก 36.60 ดอลลาร์ รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย


ตลาดทองคำนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (14 ม.ค.69) แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 36.60 ดอลลาร์ หรือ 0.80% ปิดที่ 4,635.70 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้ปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

สถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยหนุนทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากอิหร่านได้เตือนบรรดาประเทศเพื่อนบ้านที่ให้กองกำลังทหารสหรัฐฯ เข้ามาตั้งฐานทัพว่า อิหร่านจะทำการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ หากรัฐบาลสหรัฐฯ เข้าแทรกแซงเหตุการณ์ประท้วงภายในประเทศ

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า รัฐมนตรีของเดนมาร์กและกรีนแลนด์มีกำหนดเข้าพบเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงความต้องการที่จะเข้าครอบครองกรีนแลนด์
นอกจากนี้ ราคาทองคำยังคงได้ปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้

ความวิตกกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟดยังเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นกัน หลังจากรัฐบาลทรัมป์ได้เปิดการสอบสวนทางอาญาต่อเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ในประเด็นการใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ของเฟด ในกรุงวอชิงตัน ดีซี ส่งผลให้บรรดาผู้ว่าการธนาคารกลางทั่วโลก ซึ่งรวมถึงคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป และแอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ ออกแถลงการณ์ร่วมกันเพื่อแสดงการสนับสนุนพาวเวล ท่ามกลางความกังวลที่ว่ารัฐบาลทรัมป์อาจเข้าแทรกแซงนโยบายการเงินของเฟด

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.4% หลังจากปรับตัวลง 0.1% ในเดือนต.ค. และเมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 3.3% ในเดือนพ.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 3.2% ในเดือนต.ค.

ด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิตทั่วไป (Headline PPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.0% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.7% จากระดับ 2.8% ในเดือนต.ค.

ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.0% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2568 สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.7% จากระดับ 2.9% ในเดือนต.ค.

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 15 ม.ค. 2569 เวลา : 12:16:57

15-01-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 15, 2026, 1:58 pm