(277).jpg)
ตลาดทองคำนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (3 ก.พ.69) สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 282.40 ดอลลาร์ หรือ 6.07% ปิดที่ 4,935.00 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากนักลงทุนช้อนซื้อหลังจากราคาร่วงลงอย่างหนักในช่วง 2 วันทำการก่อนหน้านี้ อันเนื่องมาจากข่าวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อ เควิน วอร์ช ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ โดยนักลงทุนมองว่า แม้เควิน วอร์ช จะสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่ก็จะดำเนินการคุมเข้มงบดุลของเฟด นอกจากนี้ ราคาทองคำยังร่วงลงในช่วงเวลาดังกล่าวหลังจาก CME Group ประกาศเพิ่มเกณฑ์การวางเงินประกัน (Margin Requirement) สำหรับการซื้อขายสัญญาโลหะมีค่า
ขณะที่นักวิเคราะห์จากหลายสำนัก ยังคงมีมุมมมองบวกต่อแนวโน้มราคาทองคำ โดย นักวิเคราะห์จาก Zaner Metals มองว่า ราคาทองคำที่ร่วงลงในช่วงก่อนหน้านี้เป็นการปรับฐาน ในขณะที่แนวโน้มระยะยาวยังคงเป็นขาขึ้น และปัจจัยพื้นฐานหลายอย่างที่ผลักดันให้ทองคำสูงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมายังคงไม่เปลี่ยนแปลง พร้อมกับคาดการณ์ว่า แนวรับของราคาทองคำจะอยู่ที่ 4,400 ดอลลาร์ และแนวต้านจะอยู่ที่ประมาณ 5,100 ดอลลาร์
ด้านนักวิเคราะห์จาก JPMorgan คาดการณ์ว่า ราคาทองคำจะพุ่งขึ้นแตะระดับ 6,300 ดอลลาร์/ออนซ์ ภายในสิ้นปี 2569 โดยได้แรงหนุนจากการที่ธนาคารกลางและนักลงทุนยังคงต้องการซื้อทองคำ โดย JPMorgan คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ จะเข้าซื้อทองคำรวม 800 ตันในปี 2569 เนื่องจากธนาคารกลางยังคงมีแนวโน้มที่จะกระจายความเสี่ยงในทุนสำรองระหว่างประเทศ
ด้านนักวิเคราะห์จาก Deutsche Bank ยืนยันคาดการณ์ราคาทองคำที่ระดับ 6,000 ดอลลาร์/ออนซ์ในปี 2569 เนื่องจากเชื่อว่านักลงทุนจะเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง แม้ราคามีการปรับฐานบ้างก็ตาม
ข่าวเด่น