ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (9 มี.ค.69) บวก 239.25 จุด หลังทรัมป์ส่งสัญญาณสงครามอิหร่านใกล้ยุติ


ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (9 มี.ค.69) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 47,740.80 จุด เพิ่มขึ้น 239.25 จุด หรือ +0.50%,ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,795.99 จุด เพิ่มขึ้น 55.97 จุด หรือ +0.83% และ ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,695.95 จุด เพิ่มขึ้น 308.27 จุด หรือ +1.38% โดยได้แรงหนุนหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่า การทำสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล กับอิหร่าน ใกล้จะยุติลง

ในช่วงแรก ดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีร่วงลงอย่างหนัก เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันอันเนื่องมาจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางจะก่อให้เกิดเงินเฟ้อ และส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ

แต่ดัชนีดีดตัวขึ้นในช่วงท้ายตลาด หลังจากปธน.ทรัมป์ เปิดเผยกับสำนักข่าว CBS News ว่า การทำสงครามกับอิหร่านจะยุติลงในไม่ช้านี้ พร้อมกับเปิดเผยว่า สงครามมีความรุดหน้าอย่างมาก เมื่อเทียบกับกรอบเวลาเดิมที่เขาเคยประมาณการไว้ที่ 4 – 5 สัปดาห์

ส่วนราคาน้ำมันลดช่วงบวก หลังจากสื่อรายงานว่า รัฐมนตรีพลังงานจากกลุ่มประเทศ G7 จะจัดการประชุมผ่านระบบออนไลน์ในวันนี้ (10 มี.ค.) เพื่อหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันที่เกิดจากการทำสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีคลังของกลุ่ม G7 ได้ประชุมกันในวันจันทร์เพื่อหารือเกี่ยวกับการระบายน้ำมันสำรอง โดยแม้ว่ายังไม่ได้ข้อสรุปใด ๆ แต่แหล่งข่าวระบุว่า การเจรจาระหว่างกลุ่ม G7 เป็นไปด้วยดี และการดำเนินการร่วมกันใด ๆ ในการระบายน้ำมันสำรองนั้น จะเกิดขึ้นหลังจากการประชุมของรัฐมนตรีพลังงาน

นอกจากนี้มีรายงานว่า ราคาน้ำมันปรับตัวลงหลังตลาดปิดทำการ ภายหลังจากปธน.ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลของเขากำลังพิจารณาผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันต่อรัสเซีย

นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังจากสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่านประกาศแต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ซึ่งอาจสร้างความไม่พอใจให้กับปธน.ทรัมป์ เนื่องจากเขาได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า ผู้นำสูงสุดคนต่อไปของอิหร่านจะอยู่ได้ไม่นาน หากไม่ได้รับการยอมรับจากเขา

ด้านนักวิเคราะห์จาก CFRA Research ให้ความเห็นว่า ยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่มากเกี่ยวกับระยะเวลาของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงระยะเวลาของการปิดช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไก็ดี การที่ตลาดดีดตัวขึ้นในวันจันทร์สะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนยังคงมองหาโอกาสที่จะกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นอีกครั้ง

หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้น 1.8% ตามด้วยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารดีดตัวขึ้น 1.1% ส่วนหุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวลง 0.5% และหุ้นกลุ่มพลังงานลดลง 0.43%

ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia SE Semiconductor Index) ดีดตัวขึ้น 3.9% โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นบริษัทผลิตชิปรายใหญ่อย่าง SanDisk, Broadcom และ Nvidia

นอกจากนี้ การที่ราคาน้ำมันลดช่วงบวก ยังเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มสายการบินและธุรกิจเรือสำราญ โดยหุ้น Delta Air Lines, United Airlines, American Airlines รวมทั้งหุ้น Norwegian Cruise Line, Carnival และ Royal Caribbean ต่างก็ดีดตัวขึ้นปิดในแดนบวก

นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI),การประมาณการครั้งที่ 2 ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 4/2568 และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE)

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 10 มี.ค. 2569 เวลา : 11:10:18

10-03-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ March 10, 2026, 1:24 pm