ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
MTS Gold คาดราคาทองคำเริ่มลงมาทดสอบ แนวรับสำคัญบริเวณ 5,000 เหรียญ โดยเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวระยะสั้นบางส่วน


ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่องและหลุดระดับ 5,000 เหรียญ โดยยังถูกกดดันจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การแข็งค่าของดัชนีดอลลาร์ และ ความกังวลว่าเงินเฟ้ออาจปรับตัวสูงขึ้น จากราคาพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ตลาดประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ในปีนี้

ด้านราคาน้ำมันดิบตลาดโลก WTI ยังคงปรับตัวสูงขึ้น โดยล่าสุดเข้าใกล้ระดับ 100เหรียญ แม้ว่าสหรัฐจะพยายามลดแรงกดดันด้านราคาพลังงาน โดยเตรียมปล่อยน้ำมันสำรอง 86 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนระบายน้ำมันรวมกว่า 400 ล้านบาร์เรลจากหลายประเทศ เพื่อลดราคาน้ำมันโลก ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐยังอยู่ในระดับทรงตัว อย่างไรก็ตามดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้นทะลุระดับ 100 จุด ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์ ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องที่ 32.43 บาทต่อดอลลาร์ จากระดับ 32.2 บาทต่อดอลลาร์ เป็นปัจจัยหนุนราคาทองไทยให้ปรับตัวลดลงอย่างจำกัด

กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 4.29 ตัน ปัจจุบันถือครอง 1,071.57 ตัน โดยภาพรวมเดือนมีนาคมขายสุทธิ 29.77 ตัน ขณะที่ตั้งแต่ 1 ม.ค. – ปัจจุบัน ขายสุทธิ 0.43 ตัน สำหรับสัปดาห์นี้ ตลาดยังคงติดตาม การประชุมธนาคารกลางสำคัญของโลกกว่า 8 แห่ง รวมถึง Fed, ECB, BOE, BOJ และธนาคารกลางจีน โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าธนาคารกลางจะ คงอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงทวีความรุนแรง

 
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำเริ่มลงมาทดสอบ แนวรับสำคัญบริเวณ 5,000 เหรียญ โดยเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวระยะสั้นบางส่วน แต่ยังต้องรอการยืนยันการสร้างฐานราคา โดยหากราคาหลุดระดับ 5,000 เหรียญ และมีแรงขายเพิ่มเติม แนวรับถัดไปจะอยู่ที่ 4,950 เหรียญ ซึ่งอาจกดดันให้ราคาทองคำเข้าสู่แนวโน้ม ขาลงระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ภาพรวมใหญ่ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหว ในกรอบกว้างประมาณ 200 เหรียญ ระหว่าง 5,000 – 5,200 เหรียญ

ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 5,000–4,950 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 5,100–5,150 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) ประเมินแนวรับที่ระดับ 76,300 บาท และแนวต้านที่ระดับ 77,700 บาท

สำหรับ Gold COMEX (GCEJ26) คาดว่าจะมีแนวรับที่ 5,005 เหรียญ และแนวต้านที่ 5,105 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOH26) คาดว่าจะมีแนวรับที่ 5,015 เหรียญ และแนวต้านที่ 5,115 เหรียญ ส่วน Gold Futures Series J26 (GF10J26) จะมีแนวรับที่ระดับ 77,000 บาท และแนวต้านที่ระดับ 78,400 บาท

โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง


 
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

แนะนำให้ซื้อขายในกรอบระยะสั้น ตามแนวโน้ม “Sideways” ในกรอบ รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว และแบ่งขายปิดทำกำไรตามกรอบแนวต้าน ทั้งนี้ควรระมัดระวังความผันผวนของราคา บริหารพอร์ตการลงทุนให้ดี ไม่ใช้ Leverage มากเกินไป

- นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบแนวต้าน รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับ แต่หากราคาหลุดกรอบ Sideway ระยะสั้น ควรมีการตั้ง Stop Loss

- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบ หากจะเปิดสถานะใหม่ รอราคาเกิดการกลับตัวตามกรอบแนวต้าน แต่หากราคาทะลุกรอบ Sideway ขึ้นไป ควรมีการตั้ง Stop Loss

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 16 มี.ค. 2569 เวลา : 11:31:00

16-03-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ March 16, 2026, 2:15 pm