
ทิศทางราคาทองคำ
ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ ผันผวนสูง จากปัจจัยหลักด้านสถานการณ์สงครามที่ยังไม่มีความชัดเจน ทั้งในมุมของการหยุดยิงหรือการยกระดับความรุนแรง แม้จะมีความพยายามในการเจรจาผ่านประเทศตุรกี แต่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ ล่าสุด ขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขยายเส้นตาย (Deadline) ไปถึงวันพุธนี้ (ตามเวลาไทยประมาณ 07.00 น.) พร้อมส่งสัญญาณว่าหากยังไม่มีความคืบหน้า อาจมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม ขณะที่ฝั่งอิหร่านยังคงมีท่าทีแข็งกร้าว ซึ่งยิ่งเพิ่มความตึงเครียดในตลาด
ด้านตัวเลขเศรษฐกิจ Non-Farm Employment Change ออกมาที่ 178K ปรับเพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนที่ 65K ขณะที่ Unemployment Rate อยู่ที่ระดับ 4.3% ลดลงเล็กน้อยจากครั้งก่อน สะท้อนตลาดแรงงานที่ยังคงแข็งแกร่ง
ขณะที่ ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้นทดสอบระดับ 100 จุด สะท้อนความแข็งแกร่งของค่าเงินดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากภาพรวมเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันราคาน้ำมัน Brent ยังคงเคลื่อนไหวเหนือระดับ 100 เหรียญ โดยเช้านี้อยู่บริเวณ 114 เหรียญ ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในภาพรวม
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังอยู่ในช่วงของการพักฐาน และยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways โดยแกว่งตัวในกรอบ 4,600 - 4,700 เหรียญ ขณะที่ภาพรวมเริ่มเห็นการบีบตัวของกรอบราคา ซึ่งอาจนำไปสู่การเลือกทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้นในระยะถัดไป โดยยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยข่าวเป็นหลัก โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามและราคาน้ำมัน
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ “Wait and See”เพื่อรอความชัดเจนของทิศทางตลาด ควบคู่กับการซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว และบริหารพอร์ตอย่างระมัดระวังในช่วงที่ตลาดยังมีความผันผวนสูง
ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,570 – 4,520 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,750 – 4,800 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) ประเมินแนวรับที่ระดับ 71,000 บาท และแนวต้านที่ระดับ 72,500 บาท
สำหรับ Gold COMEX (GCEM26) คาดว่าจะมีแนวรับที่ 4,595 เหรียญ และแนวต้านที่ 4,775 เหรียญด้าน Gold Online Futures (GOM26) คาดว่าจะมีแนวรับที่ 4,620 เหรียญ และแนวต้านที่ 4,800 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10J26) จะมีแนวรับที่ระดับ 71,500 บาท และแนวต้านที่ระดับ 73,000 บาท
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำให้ซื้อขายในกรอบระยะสั้น ตามแนวโน้ม “Sideways” ในกรอบ รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว และแบ่งขายปิดทำกำไรตามกรอบแนวต้าน ทั้งนี้ควรระมัดระวังความผันผวนของราคา
- นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบแนวต้าน รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับ แต่หากราคาหลุดกรอบ Sideway ควรมีการตั้ง Stop Loss
- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบ หากจะเปิดสถานะใหม่ รอราคาเกิดการกลับตัวตามกรอบแนวต้าน แต่หากราคาทะลุกรอบ Sideway ขึ้นไป ควรมีการตั้ง Stop Loss
ข่าวเด่น