ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (27 เม.ย.69) ลบ 62.92 จุด จับตาผลประกอบการ-ประชุมเฟด


ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (27 เม.ย.69) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 49,167.79 จุด ลดลง 62.92 จุด หรือ -0.13% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,173.91 จุด เพิ่มขึ้น 8.83 จุด หรือ +0.12% และ ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 24,887.10 จุด เพิ่มขึ้น 50.50 จุด หรือ +0.20% ท่ามกลางการซื้อขายที่ซบเซา ขณะที่นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขาย และจับตาสถานการณ์ต่าง ๆ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีปรับตัวผันผวนตลอดทั้งวัน ก่อนที่ดัชนีดาวโจนส์จะปิดตลาดอ่อนแรงลง อย่างไรก็ดี ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ยังคงปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้อย่างต่อเนื่อง

นักลงทุนติดตามการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ซึ่งเผชิญกับความไม่แน่นอน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้สั่งยกเลิกกำหนดการเดินทางเยือนกรุงอิสลามาบัดของสตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ สองผู้แทนเจรจา ส่งผลให้ความพยายามของปากีสถานในการเป็นตัวกลางรื้อฟื้นสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนอีกครั้ง

ล่าสุด Axios สื่อออนไลน์ของสหรัฐฯ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า อิหร่านได้ยื่นข้อเสนอใหม่ให้แก่สหรัฐฯ เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซและยุติสงคราม โดยจะเลื่อนการเจรจานิวเคลียร์ออกไปในภายหลัง ด้านปากีสถานได้ส่งมอบข้อเสนอนี้ให้แก่ทำเนียบขาวแล้ว พร้อมระบุว่า ปธน.ทรัมป์จะจัดการประชุมที่ห้องประเมินสถานการณ์ (Situation Room) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงและนโยบายต่างประเทศที่ทำเนียบขาว เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าวจากอิหร่าน

ฤดูกาลรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกเข้าสู่ช่วงที่คึกคักที่สุด โดยจะมีบริษัทจำนวนมากรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้ รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ 5 แห่งในกลุ่ม “Magnificent Seven” ได้แก่ Amazon, Alphabet, Meta Platforms, Apple และ Microsoft โดยนักลงทุนจะประเมินว่าบริษัทเหล่านี้ได้รับผลตอบแทนจากการทุ่มเงินลงทุนมหาศาลในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากน้อยเพียงใด

ข้อมูลจาก LSEG I/B/E/S ระบุว่า ณ วันศุกร์ที่ 24 เม.ย. มีบริษัท 139 แห่งในดัชนี S&P500 ที่เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสแรกแล้ว โดย 81% ของบริษัทในจำนวนนี้มีผลประกอบการที่สูงกว่าคาด

นักลงทุนจับตาผลการประชุมเฟดในวันพุธนี้ (29 เม.ย.) ตามเวลาสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นการประชุมเฟดเป็นครั้งสุดท้ายของเจอโรม พาวเวล ในฐานะประธานเฟด ก่อนที่เขาจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 15 พ.ค. โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 100% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมครั้งนี้

หุ้น 8 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคร่วงลง 1.18% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลง 0.84% ส่วนหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารดีดตัวขึ้น 0.94% และหุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้น 0.65%

สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Verizon Communications ซึ่งเป็นบริษัทด้านการสื่อสาร พุ่งขึ้น 1.5% หลังจากบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการรายปีเนื่องจากจำนวนผู้สมัครสมาชิกที่สูงเกินคาด

หุ้น Domino’s Pizza ร่วงลง 8.8% หลังจากบริษัทคาดการณ์ว่ายอดขายทั่วโลกในปีงบการเงิน 2569 จะชะลอตัวลงเนื่องจากผู้บริโภคลดการใช้จ่าย

หุ้น Nvidia พุ่งขึ้น 4% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากเมื่อวันศุกร์ โดยขณะนี้มูลค่าตลาดของบริษัทกลับมายืนเหนือระดับ 5 ล้านล้านดอลลาร์อีกครั้ง

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 28 เม.ย. 2569 เวลา : 10:56:05

28-04-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ April 28, 2026, 1:43 pm