ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (11 พ.ค.69) บวก 95.31 จุด รับแรงซื้อหุ้น AI, จับตาเงินเฟ้อสหรัฐคืนนี้


ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (11 พ.ค.69) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 49,704.47 จุด เพิ่มขึ้น 95.31 จุด หรือ +0.19% ส่วนดัชนี S&P500 ปิด 7,412.84 จุด เพิ่มขึ้น 13.91 จุด หรือ +0.19% ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นเดียวกับดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,274.13 จุด เพิ่มขึ้น 27.05 จุด หรือ +0.10% โดยตลาดได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่นักลงทุนจับตาสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน และรอดูการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในวันนี้

นักลงทุนยังคงเข้าซื้อกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อย่างคึกคัก ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวโดดเด่นกว่าหุ้นกลุ่มอื่น ๆ โดยดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (PHLX Semiconductor Index) พุ่งขึ้น 2.6% ซึ่งบ่งชี้ว่ากระแสความนิยม AI แทบไม่มีสัญญาณของการถดถอย

ส่วนฤดูกาลรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกใกล้จะสิ้นสุดลง โดยข้อมูลจาก LSEG IBES บ่งชี้ว่า มีบริษัท 440 แห่งในดัชนี S&P500 ที่รายงานผลประกอบการแล้ว ซึ่งในจำนวนนี้มี 83% ที่รายงานผลกำไรสูงกว่าคาด

นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอย่างใกล้ชิด โดยสื่อของอิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้ส่งคำตอบต่อข้อเสนอยุติสงครามของสหรัฐฯ ผ่านทางปากีสถานซึ่งเป็นคนกลาง โดยอิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ ชดเชยความเสียหายจากสงคราม ตลอดจนยอมรับอธิปไตยของอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซ ยุติมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน และยกเลิกการอายัดทรัพย์สินของอิหร่าน แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ปฏิเสธคำตอบดังกล่าวของอิหร่าน โดยกล่าวว่าเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้โดยสิ้นเชิง

นอกจากนี้ นักลงทุนยังติดตามการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ณ กรุงปักกิ่ง ในสัปดาห์นี้ โดยหัวข้อการหารือจะครอบคลุมหลากหลายประเด็น ซึ่งรวมถึงประเด็นสงครามอิหร่าน การค้า อาวุธนิวเคลียร์ ไต้หวัน ปัญญาประดิษฐ์ และความเป็นไปได้ที่จะมีการขยายข้อตกลงแร่หายากที่สำคัญ

หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้น 2.63% ตามด้วยหุ้นกลุ่มวัสดุพุ่งขึ้น 1.43% ส่วนหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 2.33% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง 0.76%

สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Qualcomm พุ่งขึ้น 8.4% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนหุ้น Intel พุ่งขึ้น 3.6% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากวันศุกร์ หลังจากสื่อรายงานว่าบริษัท Apple กำลังพิจารณาการจ้าง Intel ผลิตชิปประมวลผลสำหรับใช้งานในอุปกรณ์ของ Apple

หุ้น Fox Corp ซึ่งเป็นบริษัทสื่อรายใหญ่ของสหรัฐฯ ทะยานขึ้น 7.6% ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาด

อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มสายการบินร่วงลง เนื่องจากความกังวลว่าการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอาจส่งผลกระทบต่อกำไรของธุรกิจในกลุ่มนี้ โดยหุ้น Southwest Airlines ร่วงลง 3.2%, หุ้น Delta Air Lines ร่วงลง 2.90% และหุ้น United Airlines ร่วงลง 2.97%

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI จะเพิ่มขึ้น 3.7% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.3% ในเดือนมี.ค. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 2.7% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.6% ในเดือนมี.ค.

บันทึกโดย : วันที่ : 12 พ.ค. 2569 เวลา : 12:15:00

12-05-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 12, 2026, 1:23 pm