ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (12 พ.ค.69) ลบ 42 ดอลลาร์ กังวลราคาน้ำมันพุ่ง หนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ


 

ตลาดทองคำนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (12 พ.ค.69) สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 42 ดอลลาร์ หรือ 0.89% ปิดที่ 4,686.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยตลาดถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นหลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจหยุดชะงัก ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้น และอาจผลักดันให้ธนาคารกลางทั่วโลกปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นกว่า 4% หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เตือนว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านกำลังอยู่ในภาวะที่เปราะบางอย่างมาก พร้อมกับปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านในการยุติสงคราม โดยข้อเสนอเหล่านี้รวมถึงการที่อิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ ชดเชยความเสียหายจากสงคราม ยอมรับอธิปไตยของอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซ ยุติมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน และยกเลิกการอายัดทรัพย์สินของอิหร่าน

ด้าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านได้โพสต์ข้อความตอบโต้บนแพลตฟอร์ม X หลังจากปธน.ทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่าน โดยกล่าวว่าสหรัฐฯ ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องยอมรับสิทธิของประชาชนชาวอิหร่าน ตามที่ระบุไว้ในข้อเสนอ 14 ข้อที่อิหร่านได้เสนอไป พร้อมกับเตือนว่ากองทัพอิหร่านพร้อมตอบโต้เพื่อเป็นบทเรียนต่อการรุกรานของสหรัฐฯ

นักวิเคราะห์จาก TD Securities กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกำลังเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางอื่น ๆ ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจชะงักงันและเงินเฟ้อสูง (Stagflation) ที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.8% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2566 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.7% หลังจากที่เพิ่ม 3.3% ในเดือนมี.ค.

การพุ่งขึ้นของดัชนี CPI ในเดือนเม.ย.สะท้อนให้เห็นว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซอันเนื่องมาจากสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ได้ส่งผลให้เกิดภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมัน ซึ่งผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นและก่อให้เกิดเงินเฟ้อ โดยตลาดวิตกกังวลว่าสงครามที่ยืดเยื้อจะยิ่งทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นอีก และจะลดโอกาสที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

ล่าสุด เครื่องมือ FedWatch ของ CME บ่งชี้ว่า โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยกำลังเพิ่มสูงขึ้น โดยขณะนี้นักลงทุนให้น้ำหนัก 30.5% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ในการประชุมเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้นจาก 21.5% ที่ให้น้ำหนักในวันจันทร์ที่ผ่านมา (11 พ.ค.)

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 13 พ.ค. 2569 เวลา : 12:59:19

13-05-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 13, 2026, 1:22 pm