
ทิศทางราคาทองคำ
ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวบริเวณ 4,535 เหรียญ ท่ามกลางความไม่ชัดเจนของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แม้จะเริ่มมีสัญญาณคืบหน้าเล็กน้อย โดยมีรายงานว่าการหารือเกี่ยวกับการเปิด ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นไปในทิศทางเชิงบวก ขณะที่สหรัฐฯ ระบุว่าจะให้โอกาสทางการทูตอย่างเต็มที่ก่อนพิจารณาทางเลือกอื่น อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันยังมีรายงานการโจมตีเป้าหมายทางตอนใต้ของอิหร่าน ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นปฏิบัติการป้องกันตนเอง ทำให้ตลาดยังคงระมัดระวังต่อความเสี่ยงจากความไม่ไว้วางใจและเหตุปะทะที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
ราคาน้ำมัน Brent เช้าวันนี้ปรับขึ้นราว 2% ไปแตะบริเวณ 95.50 เหรียญ ก่อนเคลื่อนไหวล่าสุดบริเวณ 95.13 เหรียญ โดยตลาดยังจับตาประเด็นการเปิด ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นหลัก เนื่องจากมีผลต่อราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และทิศทางราคาทองคำในระยะสั้น แม้แรงกดดันด้านพลังงานเริ่มผ่อนคลายลงบ้างจากช่วงก่อนหน้า แต่ตลาดยังรอความชัดเจนของการเจรจา
ด้านกองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 1,034.85 ตัน โดยภาพรวมเดือนพฤษภาคมขายสุทธิ 4.33 ตัน ขณะที่ตั้งแต่ต้นปีขายสุทธิ 37.13 ตัน
ด้านตลาดการเงิน ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวลดลง 0.11% โดยปัจจุบันเคลื่อนไหวบริเวณ 99.03 จุด ขณะที่ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 32.53 บ.ต่อดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.48 บ.ต่อดอลลาร์
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways ภาพรวมยังไม่มีสัญญาณเลือกทิศทางที่ชัดเจน โดยราคายังคงเคลื่อนไหวตามปัจจัยข่าวการเจรจาและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก จึงยังแนะนำให้ติดตามการเคลื่อนไหวบริเวณแนวรับ–แนวต้านอย่างใกล้ชิด และบริหารความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดยังมีความผันผวนสูง
ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,520 และ 4,480 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,580 และ 4,620 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 69,400 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 70,400 บาท
สำหรับ Gold COMEX (GCEM26) แนวรับอยู่ที่ 4,520 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,580 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOM26) แนวรับอยู่ที่ 4,550 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,610 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10M26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 69,900 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 70,900 บาท
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำให้ซื้อขายในกรอบระยะสั้น ตามแนวโน้ม “Sideways” ในกรอบ รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว และแบ่งขายปิดทำกำไรตามกรอบแนวต้าน ทั้งนี้ควรระมัดระวังความผันผวนของราคา
- นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบแนวต้าน รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับ แต่หากราคาหลุดกรอบ Sideway ควรมีการตั้ง Stop Loss
- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบ หากจะเปิดสถานะใหม่ รอราคาเกิดการกลับตัวตามกรอบแนวต้าน แต่หากราคาทะลุกรอบ Sideway ขึ้นไป ควรมีการตั้ง Stop Loss
ข่าวเด่น