
ทิศทางราคาทองคำ
ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลงราว 50 เหรียญมาอยู่ที่ระดับ 4,434 เหรียญ ก่อนดีดกลับขึ้นมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,460 เหรียญ ในช่วงเช้านี้ ขณะที่ราคาทองคำไทยยังคงทรงตัวบริเวณ 69,000 บาท ท่ามกลางปัจจัยการเจรจาที่ยังมีความไม่ชัดเจน แม้ภาพรวมการหารือในวอชิงตันเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นบางส่วน แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ตลาดกลับมาเชื่อมั่นได้อย่างชัดเจน
ขณะเดียวกันสภาคองเกรสสหรัฐฯ มีมติเห็นชอบมาตรการจำกัดอำนาจของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในการทำสงครามกับอิหร่าน โดยกำหนดให้ประธานาธิบดีต้องถอนทหารสหรัฐฯ ออกจากอิหร่าน หากไม่ได้รับการประกาศสงครามหรือการอนุมัติใช้กำลังจากสภาคองเกรส ซึ่งสะท้อนว่าอำนาจในการดำเนินปฏิบัติการทางทหารของทรัมป์ถูกจำกัดมากขึ้นและอาจช่วยลดความเสี่ยงของการยกระดับความขัดแย้งในระยะสั้น
ด้านกองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 1.14 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,026.86 ตัน โดยภาพรวมเดือนมิถุนายนขายสุทธิ 2.29 ตัน ขณะที่ตั้งแต่ต้นปีขายสุทธิ 45.14 ตัน สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันยังคงลดน้ำหนักการถือครองทองคำในระยะสั้น
ด้านตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาทองคำในระยะสั้น โดยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน ADP Non-Farm ขยายตัวขึ้น 122K และดัชนี PMI ภาคบริการ ปรับขึ้นสู่ระดับ 54.5 จุด ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 99.45 จุด จากระดับ 99.25 จุด ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่ามาที่ 32.72 บาท/ดอลลาร์
โดยภาพรวมสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคลุมเครือ ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง ยังคงเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำในระยะสั้น
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Down โดยภาพรวมยังอยู่ภายใต้แรงกดดันระยะสั้น หลังราคายังไม่สามารถกลับขึ้นมายืนเหนือแนวต้านสำคัญได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน กรอบการแกว่งตัวเริ่มแคบลง สะท้อนว่าตลาดยังรอความชัดเจนจากทั้งปัจจัยพื้นฐานและสัญญาณทางเทคนิคขณะที่แนวรับบริเวณ 4,400 เหรียญ ยังเป็นระดับสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ราคายังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญ สะท้อนว่าแนวโน้มระยะสั้นยังอยู่ในภาวะอ่อนตัว นักลงทุนจึงควรระมัดระวังแรงขายทำกำไร และรอจังหวะสร้างฐานหรือสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจนก่อนทยอยเข้าซื้อ
ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,430 เหรียญ และ 4,400 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,500 เหรียญ และ 4,530 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 68,500 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 69,500 บาท
สำหรับ Gold COMEX (GCEQ26) แนวรับอยู่ที่ 4,460 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,530 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOM26) แนวรับอยู่ที่ 4,450 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,520 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10M26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 68,900 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 69,900 บาท
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำซื้อขายในกรอบ "Sideway Down" และพิจารณาการลดสถานะการซื้อลง รอให้เกิดสัญญาณกลับตัวตามกรอบแนวรับ เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่ราคาอาจปรับตัวลงต่อ พร้อมบริหารความเสี่ยง
- นักลงทุนที่ถือ Long Position
ลดสถานะการซื้อ หรือ Long position ในระยะสั้นต้องระมัดระวังแรงขาย เนื่องจากอยู่ในช่วงการปรับฐาน ราคาอาจจะขึ้นเพื่อลงต่อจนกว่าจะสร้างฐานราคาใหม่ได้
- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งปิดกำไรตามรอบ หากเปิดสถานะใหม่ควรรอเปิดสถานะบริเวณแนวต้าน และมีจุด Stop Loss ทุกครั้ง
ข่าวเด่น