(440)(894).jpg)
ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (11 มิ.ย.69) เวลา 10.00 น. ดัชนีอยู่ที่ 1,571.06 จุด บวก 7.47 จุด มูลค่าการซื้อขาย 4,955.51 ล้านบาท
บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้ SET Index มีโอกาสที่จะปรับตัวลดลงต่อเนื่องตามตลาดหุ้นทั่วโลก โดยประเมินกรอบที่ 1,545-1,560 จุด ถ่วงจากบรรยากาศการลงทุนที่ Risk-Off จากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่ตึงเครียดขึ้นหลังสหรัฐฯโจมตีอิหร่านหลายจุด และเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านให้ยอมรับข้อตกลงสันติภาพ
ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอีกครั้ง โดยล่าสุด Brent อยู่ที่ USD95.5 ต่อบาร์เรล แม้ตัวเลขเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯเดือน พ.ค. จะไม่ได้สูงกว่าคาด (Headline +4.2% จากปีก่อน Core +2.9% จากปีก่อน) แต่ก็เป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี ส่งผลให้ Bond Yield ยังไต่ระดับขึ้นอีกเล็กน้อยและยืนสูงต่อเนื่อง กดดันสินทรัพย์อื่นๆทั้งหุ้นและทองคำ
ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามวันนี้ ได้แก่ การประชุม ECB ซึ่งคาดว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เป็น 2.25% รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อ PPI สหรัฐฯเดือน พ.ค. (ตลาดคาด +0.7% จากเดือนก่อน, +6.4% จากปีก่อน) หากยังออกมาสูงต่อเนื่องจะยังเป็นความเสี่ยงในการพักฐานของตลาดต่อ
ปัจจุบันมีความเสี่ยงมากขึ้นที่สถานการณ์สงครามจะยื้ดเยื้อลากยาวข้ามไปยังไตรมาส 3/2569 ซึ่งจะทำให้ผลกระทบทางเศรษฐกิจยาวนานกว่าสมมติฐานตลาดในปัจจุบัน ระยะสั้นจึงเน้นเก็งกำไรหุ้นกลุ่ม Commodity และพักงานในหุ้น Defensive ที่กระทบจากสงครามจำกัด
อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์เริ่มผ่อนคลายและราคาน้ำมันทยอยปรับตัวลงในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ทางฝ่ายยังคงชอบกลุ่ม Domestic/Consumption Play Anti-Commodity และ Yield Sensitive เช่น ไฟแนนซ์ ขนส่ง โรงไฟฟ้า SPP ท่องเที่ยว ค้าปลีก เป็นต้น ซึ่งมีโอกาสเกิด Sector Rotation เข้าหา
สำหรับกลยุทธ์ แนะนำเลือกหุ้นที่โมเมนตัมกำไรในช่วงไตรมาส 2/2569 ต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังปีนี้ แข็งแกร่ง กระทบจำกัดหรือได้อานิสงส์บวกหากสงครามผ่อนคลาย โดยแนะนำหุ้นเด่นเดือน มิ.ย ได้แก่ BGRIM, CPALL, CRC, ERW, STA เป็นต้น
ข่าวเด่น