-1.jpg)
ทิศทางราคาทองคำ
ราคาทองคำดีดตัวขึ้นแรงกว่า 300 เหรียญ จากจุดต่ำสุด โดยเช้าวันนี้เปิด Gap ขึ้นอีกราว 70 เหรียญ และปรับตัวทะลุระดับ 4,300 เหรียญ สะท้อนแรงซื้อกลับที่ชัดเจน หลังจากก่อนหน้านี้ราคาปรับฐานลงแรงบริเวณโซน 4,000 เหรียญ แรงหนุนหลักมาจากข่าวเชิงบวกว่าสหรัฐฯ และอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพได้ พร้อมเปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ให้เรือผ่านได้ตามปกติ และยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรืออิหร่าน โดยมีกำหนดลงนามอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. ที่สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีปากีสถานเป็นตัวกลางในการเจรจา ถือเป็นปัจจัยบวกต่อเส้นทางพลังงานและบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังต้องติดตามรายละเอียดสำคัญของข้อตกลง ทั้งประเด็นการคืนเงินอิหร่านที่ถูกอายัด การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร มาตรการฟื้นฟูหลังสงคราม และเงื่อนไขเกี่ยวกับการยุติการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งยังอาจส่งผลต่อทิศทางตลาดในระยะถัดไป
ภาพรวมตลาดตอบรับข่าวดีพร้อมกัน ทั้งตลาดทองคำ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงแรงราว 5% ส่วนดัชนีดอลลาร์เริ่มอ่อนค่าลง หลังไม่สามารถผ่านแนวต้านบริเวณ 100.50 จุด ได้ ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันต่อราคาทองคำในระยะสั้น
ด้านการประชุมเฟดในสัปดาห์นี้ ในวันที่ 16-17 มิ.ย ตลาดยังอยู่ในภาวะ Wait & See โดยยังคาดว่าเฟดมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิม เนื่องจากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่หากข้อตกลงสันติภาพเดินหน้าได้ตามคาด และแรงกดดันจากราคาพลังงานลดลง อาจช่วยลดความกังวลต่อโอกาสที่เฟดจะกลับมาขึ้นดอกเบี้ย
ด้านกองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลงการถือครอง ปัจจุบันถือครองที่ 1,013.64 ตัน สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันยังรอความชัดเจนของทิศทางตลาดก่อนปรับน้ำหนักการลงทุนเพิ่มเติม
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำเกิดสัญญาณ Technical Rebound อย่างมีนัยสำคัญ หลังลงไปทดสอบบริเวณ Fibonacci Retracement 61.8% ในกรอบรายสัปดาห์ ก่อนมีแรงซื้อกลับอย่างชัดเจน สะท้อนว่าโซน 4,000 เหรียญ อาจเป็นจุดที่ตลาดเริ่มสร้างฐาน หรือเข้าสู่ภาวะ Bottom Out ในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมยังไม่ยืนยันการกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นเต็มตัว แต่เริ่มเห็นสัญญาณหยุดการปรับตัวลง โดยประเมินแนวต้านสำคัญของราคาทองคำตลาดโลกไว้ที่บริเวณ 4,570 เหรียญ ขณะที่ทองคำไทยมีแนวต้านสำคัญบริเวณ 70,000 บาท กลยุทธ์ระยะนี้ นักลงทุนระยะยาวสามารถทยอยสะสมด้วยเงินเย็นได้บางส่วน หลังเริ่มเห็นสัญญาณกลับตัวที่ดี ส่วนระยะสั้นยังเหมาะกับการเก็งกำไรตามกรอบ พร้อมควบคุมความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด
ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,300 เหรียญ และ 4,250 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,400 เหรียญ และ 4,450 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 65,500 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 65,800 บาท
สำหรับ Gold COMEX (GCEQ26) แนวรับอยู่ที่ 4,320 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,420 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOM26) แนวรับอยู่ที่ 4,312 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,412 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10M26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 65,900 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 67,900 บาท โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำซื้อขายในกรอบ "Sideway Down" และพิจารณาการลดสถานะการซื้อลง รอให้เกิดสัญญาณกลับตัวตามกรอบแนวรับ เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่ราคาอาจปรับตัวลงต่อ พร้อมบริหารความเสี่ยง
- นักลงทุนที่ถือ Long Position
ลดสถานะการซื้อ หรือ Long position ในระยะสั้นต้องระมัดระวังแรงขาย เนื่องจากอยู่ในช่วงการปรับฐาน ราคาอาจจะขึ้นเพื่อลงต่อจนกว่าจะสร้างฐานราคาใหม่ได้
- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งปิดกำไรตามรอบ หากเปิดสถานะใหม่ควรรอเปิดสถานะบริเวณแนวต้าน และมีจุด Stop Loss ทุกครั้ง
ข่าวเด่น