ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงทรงตัวบริเวณ 4,340 เหรียญ เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยสัปดาห์นี้ปรับขึ้นมาแล้วกว่า 3%


ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำยังคงทรงตัวบริเวณ 4,340 เหรียญ เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยสัปดาห์นี้ปรับขึ้นมาแล้วกว่า 3% หลังตลาดตอบรับเชิงบวกต่อความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ และอิหร่านจะลงนามข้อตกลงสันติภาพในวันศุกร์นี้ ซึ่งช่วยลดความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ พลังงาน และเงินเฟ้อในระยะสั้น หากสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลายได้ตามคาด และราคาน้ำมันปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ตลาดอาจลดความกังวลต่อโอกาสที่เฟดจะกลับมาขึ้นดอกเบี้ย โดยหันมาให้น้ำหนักกับแนวโน้มคงดอกเบี้ย หรือโอกาสปรับลดดอกเบี้ยในระยะยาวมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำ

ด้านราคาทองคำไทยกลับมายืนบริเวณ 66,500 บาท ได้อีกครั้ง เมื่อเทียบกับระดับต้นปีที่ประมาณ 64,450 บาท ขณะที่ราคาทองคำตลาดโลกยืนเหนือระดับเปิดปีบริเวณ 4,330 เหรียญ สะท้อนว่าตลาดเริ่มสร้างฐานราคาใหม่ หลังผ่านช่วงปรับฐานแรง

ในระยะยาว ทองคำยังได้รับแรงหนุนจากความต้องการถือครองของธนาคารกลางทั่วโลก โดยผลสำรวจ CBGR 2026 ของ World Gold Council ระบุว่าธนาคารกลางยังมีแนวโน้มเพิ่มสัดส่วนทองคำสำรอง และลดการพึ่งพาดอลลาร์ในระยะยาว ทำให้ภาพรวมทองคำระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง

ด้านตลาดการเงิน ดัชนีดอลลาร์ เคลื่อนไหวบริเวณ 99.49 จุด และกลับมายืนต่ำกว่าระดับ 100 จุด อีกครั้ง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อราคาทองคำในระยะสั้น ขณะที่ค่าเงินบาทเริ่มทรงตัวบริเวณ 32.50 บ.ต่อดอลลาร์

คืนนี้ตลาดจับตาการประชุมเฟด โดยคาดว่าจะคงดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75% แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ถ้อยแถลงต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ เศรษฐกิจ และตลาดแรงงาน ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาทองคำในระยะถัดไป

ด้านกองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลงการถือครอง ปัจจุบันถือครองที่ 1,012.21 ตัน โดยภาพรวมเดือนมิถุนายนขายสุทธิ 16.94 ตัน และตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันขายสุทธิ 59.79 ตัน สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันยังคงระมัดระวังต่อการเพิ่มน้ำหนักลงทุนในทองคำ

 
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังอยู่ในช่วง Technical Rebound โดยเคลื่อนตัวในลักษณะ “Sideways” และเริ่มเข้าใกล้แนวต้านสำคัญบริเวณ 4,400 เหรียญ หากสามารถยืนเหนือ 4,350 เหรียญ ได้มีโอกาสขยับขึ้นทดสอบแนวต้านดังกล่าวในระยะสั้น

แม้ว่าราคาจะปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 5 วันทำการ และส่งสัญญาณเชิงบวกในระยะสั้น แต่ภาพใหญ่ยังคงอยู่ในช่วงของการปรับฐาน นักลงทุนจึงควรระมัดระวังแรงขายทำกำไรบริเวณแนวต้านสำคัญ รวมถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นหลังการประชุมเฟดคืนนี้ กลยุทธ์การลงทุน ยังเน้นเก็งกำไรตามกรอบ พร้อมบริหารความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด ส่วนการลงทุนระยะยาวสามารถทยอยสะสมได้บางส่วน หากราคายังยืนฐานได้ต่อเนื่อง

ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,300 เหรียญ และ 4,250 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,400 เหรียญ และ 4,450 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 66,300 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 67,300 บาท

สำหรับ Gold COMEX (GCEQ26) แนวรับอยู่ที่ 4,320 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,420 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOM26) แนวรับอยู่ที่ 4,310 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,410 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10M26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 66,650 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 67,650 บาท

โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

 
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

แนะนำให้ซื้อขายในกรอบระยะสั้น ตามแนวโน้ม “Sideways” ในกรอบ รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว และแบ่งขายปิดทำกำไรตามกรอบแนวต้าน ทั้งนี้ควรระมัดระวังความผันผวนของราคา

- นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบแนวต้าน รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับ แต่หากราคาหลุดกรอบ Sideway ควรมีการตั้ง Stop Loss

- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบ หากจะเปิดสถานะใหม่ รอราคาเกิดการกลับตัวตามกรอบแนวต้าน แต่หากราคาทะลุกรอบ Sideway ขึ้นไป ควรมีการตั้ง Stop Loss

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 17 มิ.ย. 2569 เวลา : 12:50:48

17-06-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 17, 2026, 2:00 pm