
ทิศทางราคาทองคำ
ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยช่วงเช้าวันนี้หลุดระดับ 4,100 เหรียญ ลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,090 เหรียญ หลังตลาดกังวลว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ส่งผลให้เกิดแรงเทขายและการโยกย้ายเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงตามแรงกดดันดังกล่าวเช่นกัน
แรงกดดันหลักมาจากดัชนีดอลลาร์ที่ดีดตัวขึ้นต่อเนื่อง หลังตลาดกลับมากังวลต่อทิศทางดอกเบี้ยของเฟดทำให้เงินทุนไหลกลับเข้าสู่ดอลลาร์ โดยดัชนีดอลลาร์ ได้มีการ Breakout กรอบสะสมในรอบ 1 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 101.40 จุด ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง โดยเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.28 บาทต่อดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าของเงินบาทช่วยพยุงราคาทองคำไทย ทำให้ปรับตัวลดลงน้อยกว่าทองคำตลาดโลก ขณะที่ในช่วง 5 วันที่ผ่านมา ราคาทองคำตลาดโลกลดลงกว่า 4% ขณะที่ราคาทองคำไทยปรับตัวลดลงประมาณ 2.4% โดยได้รับแรงพยุงจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าราว 1.5%
ด้านราคา Silver ยังปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยเช้านี้หลุดระดับต่ำเดิมลงมาอยู่บริเวณ 61.42 เหรียญ สะท้อนแรงกดดันในตลาดโลหะมีค่าโดยรวม ซึ่งสอดคล้องกับภาพของทองคำที่เริ่มเข้าสู่แนวโน้มขาลงทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
แรงกดดันดังกล่าวยังสะท้อนผ่านกองทุนทองคำ SPDR ที่วันก่อนหน้าขายออก 4.57 ตัน ปัจจุบันถือครอง 1,017.64 ตัน และภาพรวมเดือนมิถุนายนขายออก 11.52 ตัน สะท้อนว่านักลงทุนยังลดการถือครองทองคำ ท่ามกลางความกังวลเรื่องดอกเบี้ย
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำหลุดแนวรับสำคัญลงมาต่อเนื่อง ทำให้ภาพรวมระยะสั้นเปลี่ยนเป็นขาลงชัดเจนมากขึ้น ขณะที่แนวโน้มระยะกลางและระยะยาวเริ่มอ่อนแรงตามไปด้วย หลังราคาหลุดระดับสำคัญหลายจุด และแรงขายยังคงกดดันตลาดอย่างต่อเนื่อง
วิเคราะห์ว่า หากราคาทองคำยังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 4,100–4,150 เหรียญ ได้อย่างมั่นคง ภาพรวมยังมีโอกาสถูกกดดันต่อ โดยระดับ 4,000 เหรียญ จะเป็นแนวรับจิตวิทยาสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หากราคาหลุดระดับดังกล่าวลงมา อาจเปิด Downside ไปยังโซน 3,500 เหรียญ ซึ่งเป็นบริเวณที่ราคาทองคำเคยสะสมพลังในช่วงเดือนมิถุนายน–สิงหาคมของปีก่อน
ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,030 เหรียญ และ 4,000 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,150 เหรียญ และ 4,180 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 64,000 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 65,000 บาท
สำหรับ Gold COMEX (GCEQ26) แนวรับอยู่ที่ 4,050 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,170 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOM26) แนวรับอยู่ที่ 4,035 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,155 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10M26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 64,300 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 65,300 บาท
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำซื้อขายในกรอบ "Sideway Down" และพิจารณาการลดสถานะการซื้อลง รอให้เกิดสัญญาณกลับตัวตามกรอบแนวรับ เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่ราคาอาจปรับตัวลงต่อ พร้อมบริหารความเสี่ยง
- นักลงทุนที่ถือ Long Position
ลดสถานะการซื้อ หรือ Long position ในระยะสั้นต้องระมัดระวังแรงขาย เนื่องจากอยู่ในช่วงการปรับฐาน ราคาอาจจะขึ้นเพื่อลงต่อจนกว่าจะสร้างฐานราคาใหม่ได้
- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งปิดกำไรตามรอบ หากเปิดสถานะใหม่ควรรอเปิดสถานะบริเวณแนวต้าน และมีจุด Stop Loss ทุกครั้ง
ข่าวเด่น