
ทิศทางราคาทองคำ
ราคาทองคำกลับมายืนเหนือระดับ 4,000 เหรียญ ได้อีกครั้ง หลังร่วงแรงในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเช้านี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,070 เหรียญ สะท้อนแรงซื้อกลับระยะสั้นจากโซนแนวรับสำคัญ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังถูกกดดันจากมุมมองว่าเฟดอาจคงดอกเบี้ยในระดับสูง หรือมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ส่งผลให้แรงฟื้นตัวของทองคำยังจำกัด
แรงกดดันยังมาจากแรงขายของกองทุน Gold ETF โดยกองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 2.00 ตัน ปัจจุบันถือครอง 1,005.08 ตัน ส่งผลให้เดือนมิถุนายนขายสุทธิ 24.08 ตัน และตั้งแต่ต้นปีขายสุทธิรวม 66.93 ตัน สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันยังลดน้ำหนักการลงทุนในทองคำ
ด้านดัชนีดอลลาร์ เคลื่อนไหวบริเวณ 101.35 จุด ใกล้ระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี ขณะที่ค่าเงินบาทยังอ่อนค่าทรงตัวเหนือ 33.42 บ.ต่อดอลลาร์ ซึ่งช่วยพยุงราคาทองคำในประเทศได้บางส่วน
ขณะเดียวกันราคาน้ำมันอ่อนตัวลง โดย Brent อยู่ที่ 73.19 ดอลลาร์/บาร์เรล ใกล้ระดับก่อนเกิดสงคราม หลังตลาดรับข่าวสหรัฐฯ และอิหร่านเตรียมยุติการปะทะกันชั่วคราว แม้การเจรจาทางเทคนิคยังมีความไม่แน่นอน และทั้งสองฝ่ายมีแผนพบกันที่กรุงโดฮาในวันอังคาร
วิเคราะห์ว่าแม้ราคาทองคำจะฟื้นตัวกลับมายืนเหนือ 4,000 เหรียญ ได้ แต่ภาพรวมระยะสั้นยังถูกกดดันจากดัชนีดอลลาร์ที่ทรงตัวในระดับสูง บอนด์ยีลด์ และมุมมองดอกเบี้ยของเฟด อย่างไรก็ตามมุมมองระยะกลางถึงระยะยาวยังไม่เป็นลบ หากแรงกดดันจากดอกเบี้ยและดัชนีดอลลาร์เริ่มผ่อนคลาย ราคาทองคำยังมีโอกาสฟื้นตัวได้ โดยสัปดาห์นี้ตลาดจับตาการเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน ตัวเลข Nonfarm Payrolls, Unemployment Rate และถ้อยแถลงของประธานเฟด Kevin Warsh
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำเริ่มเกิด Technical Rebound หลังกลับมายืนเหนือแนวรับเชิงจิตวิทยาที่ 4,000 เหรียญ ได้อีกครั้ง สะท้อนแรงซื้อกลับระยะสั้น แต่ภาพรวมยังคงอยู่ในแนวโน้ม Downtrend
วิเคราะห์ว่า หากราคายังยืนเหนือ 4,000 เหรียญ ได้อย่างมั่นคง จะช่วยลดแรงกดดันระยะสั้น และมีโอกาสทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,100 เหรียญ อย่างไรก็ตาม โมเมนตัมหลักยังไม่กลับมาเป็นบวก จึงควรระมัดระวังแรงขายทำกำไรเมื่อราคาเข้าใกล้แนวต้าน และเน้นเก็งกำไรตามกรอบ พร้อมบริหารความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด
ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,000 เหรียญ และ 3,950 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,050 เหรียญ และ 4,100 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 63,500 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 65,000 บาท
สำหรับ Gold COMEX (GCEQ26) แนวรับอยู่ที่ 4,015 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,065 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOM26) แนวรับอยู่ที่ 4,000 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,050 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10M26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 63,700 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 65,200 บาท
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำซื้อขายในกรอบ "Down Trend" และพิจารณาการลดสถานะการซื้อลง รอให้เกิดสัญญาณกลับตัวตามกรอบแนวรับ เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่ราคาอาจปรับตัวลงต่อ พร้อมบริหารความเสี่ยง
- นักลงทุนที่ถือ Long Position
ลดสถานะการซื้อ หรือ Long position ในระยะสั้นต้องระมัดระวังแรงขาย เนื่องจากอยู่ในช่วงการปรับฐาน ราคาอาจจะขึ้นเพื่อลงต่อจนกว่าจะสร้างฐานราคาใหม่ได้
- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งปิดกำไรตามรอบ หากเปิดสถานะใหม่ควรรอเปิดสถานะบริเวณแนวต้าน และมีจุด Stop Loss ทุกครั้ง
ข่าวเด่น