ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
ทีทีบี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหว 32.70-33.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตาสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางนโยบาย Fed


 

ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี ประเมินค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.70–33.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากปัจจุบันที่อยู่บริเวณ 33.17 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยตลาดยังคงติดตามพัฒนาการของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และท่าทีการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อย่างใกล้ชิด

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อตลาดการเงินโลกในช่วงที่ผ่านมา คือ การประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls: NFP) ของสหรัฐฯ เดือนมิถุนายน ซึ่งเพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานของ 2 เดือนก่อนหน้าถูกปรับลดลงรวม 74,000 ตำแหน่ง สะท้อนสัญญาณชะลอตัวของตลาดแรงงานสหรัฐฯ โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรม

แม้อัตราการว่างงานจะปรับลดลงสู่ระดับ 4.2% แต่เป็นผลจากการลดลงของอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน ซึ่งทำให้นักลงทุนยังคงประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างระมัดระวัง

ด้านนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่า Fed จะให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบายการเงินมากขึ้น และจะหลีกเลี่ยงการส่งสัญญาณล่วงหน้าเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Forward Guidance) พร้อมเปิดโอกาสให้คณะกรรมการ FOMC มีการอภิปรายเชิงนโยบายอย่างอิสระมากขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อเริ่มผ่อนคลายตามการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก

นอกจากนี้ ตลาดยังติดตามประเด็นด้านนโยบายและกฎหมายของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยไม่เห็นชอบต่อความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการปลดนางลิซา คุก ออกจากตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ผ่อนคลายข้อจำกัดบางประการในการเข้าถึงและใช้งานโมเดลปัญญาประดิษฐ์ Claude Mythos 5 ของบริษัท Anthropic ซึ่งได้รับความสนใจจากภาคธุรกิจและนักลงทุนทั่วโลก

สำหรับทิศทางค่าเงินบาทในช่วงที่ผ่านมา พบว่าเคลื่อนไหวผันผวนตามทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและสกุลเงินหลักในภูมิภาค โดยในช่วงต้นสัปดาห์เงินบาทอ่อนค่าลงทดสอบระดับ 33.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ก่อนกลับมาแข็งค่าอย่างรวดเร็วภายหลังการประกาศตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ ส่งผลให้ตลาดลดน้ำหนักความคาดหวังต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed

นอกจากนี้ เงินบาทยังได้รับแรงสนับสนุนจากการแข็งค่าของเงินเยนญี่ปุ่น รวมถึงการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก ซึ่งช่วยหนุนให้เงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์

มุมมองตลาด: นักลงทุนควรติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพิ่มเติม รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed ในระยะต่อจากนี้ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางค่าเงินดอลลาร์และค่าเงินบาทในระยะสั้น.

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 06 ก.ค. 2569 เวลา : 13:10:30

06-07-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 6, 2026, 2:28 pm