-1.jpg)
ทิศทางราคาทองคำ
ภาพรวมราคาทองคำกลับมายืนเหนือ 4,100 เหรียญ ขณะที่ราคาทองคำไทยกลับมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 65,000 บาท ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ตลาดทองคำได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อกลับ หลังราคาปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์ ประกอบกับดัชนีดอลลาร์ ที่เริ่มชะลอการแข็งค่าและอ่อนตัวลงจากระดับสูงสุดในรอบปี มาอยู่บริเวณ 100.65 จุด ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำในระยะสั้น ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยรวมยังไม่แข็งแกร่งมากนัก โดยเฉพาะตัวเลขขาดดุลการค้าที่อยู่ในระดับสูง
ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่านกลับมาเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม หลังข้อตกลงหยุดยิงมีสัญญาณพังทลายจากเหตุโจมตีครั้งใหม่ในตะวันออกกลาง แม้สหรัฐฯ จะยืนยันว่าไม่ได้ดำเนินการโจมตีดังกล่าว ทำให้ตลาดยังเผชิญความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์
ด้านกองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 3.14 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,005.65 ตัน เดือนกรกฎาคมซื้อสุทธิ 0.57 ตัน ขณะที่ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันยังขายสุทธิ 66.36 ตัน สะท้อนแรงซื้อกลับบางส่วนจากนักลงทุนสถาบัน
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ สหรัฐฯ–อิหร่าน อย่างใกล้ชิด หลังความตึงเครียดเริ่มกลับมาอีกครั้ง ขณะที่สัปดาห์หน้าตลาดจับตาการประกาศ CPI สหรัฐฯ และการแถลงของ Kevin Warsh ประธานเฟดต่อสภาคองเกรสในวันที่ 14–15 ก.ค. เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways หลังกลับมายืนเหนือระดับ 4,100 เหรียญ ได้ โดยภาพรวมยังเป็นการแกว่งตัวในกรอบปรับฐาน และยังไม่มีสัญญาณเลือกทิศทางที่ชัดเจน วิเคราะห์ว่าหากราคายังสามารถยืนเหนือ 4,100 เหรียญได้ จะช่วยประคองภาพบวกในระยะสั้น และมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไป แต่หากหลุดระดับดังกล่าว อาจกลับลงไปทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณ 4,000 เหรียญ นักลงทุนควรเน้นซื้อขายตามกรอบและบริหารความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด
ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,060 เหรียญ และ 4,020 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,160 เหรียญ และ 4,200 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 64,200 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 65,600 บาท
สำหรับ Gold COMEX (GCEQ26) แนวรับอยู่ที่ 4,070 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,170 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOU26) แนวรับอยู่ที่ 4,110 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,210 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10Q26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 64,650 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 66,050 บาท
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำให้ซื้อขายในกรอบระยะสั้น ตามแนวโน้ม “Sideways” ในกรอบ รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว และแบ่งขายปิดทำกำไรตามกรอบแนวต้าน ทั้งนี้ควรระมัดระวังความผันผวนของราคาในแนวโน้มการปรับฐานขาลงในภาพใหญ่
- นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบแนวต้าน รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับ แต่หากราคาหลุดกรอบ Sideway ควรมีการตั้ง Stop Loss
- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบ หากจะเปิดสถานะใหม่ รอราคาเกิดการกลับตัวตามกรอบแนวต้าน แต่หากราคาทะลุกรอบ Sideway ขึ้นไป ควรมีการตั้ง Stop Loss
ข่าวเด่น