ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (14 ก.ค.69) บวก 9.63 จุด รับผลประกอบการแบงก์ใหญ่-เงินเฟ้อต่ำกว่าคาด


ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (14 ก.ค.69) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 52,508.27 จุด เพิ่มขึ้น 9.63 จุด หรือ +0.02%,ดัชนี S&P500 ปิดที่7,543.59 จุด เพิ่มขึ้น 28.25 จุด หรือ +0.38% และ ดัชนี Nasdaq ปิดที่26,107.01 จุด เพิ่มขึ้น 233.83 หรือ +0.90% เนื่องจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของธนาคารรายใหญ่และตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาต่ำกว่าคาด ช่วยให้นักลงทุนกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง แม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ปรับตัวขึ้น 3.5% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.8% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 4.2% ในเดือนพ.ค. โดยการชะลอตัวของดัชนี CPI เดือนมิ.ย. มีสาเหตุมาจากราคาพลังงานที่ปรับตัวลงในเดือนดังกล่าว

ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 2.6% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.8% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.9% ในเดือนพ.ค.

เครื่องมือ FedWatch ของ CME ระบุว่า หลังการเปิดเผยดัชนี CPI นักลงทุนให้น้ำหนัก 83.4% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมวันที่ 28-29 ก.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 58.3% ในวันจันทร์ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% อย่างน้อยหนึ่งครั้งก่อนสิ้นปีนี้

ด้าน เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ได้แถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรในวันอังคาร โดยเขาให้คำมั่นว่าจะดำเนินนโยบายการเงินให้ถูกต้อง และเอาชนะเงินเฟ้อที่ได้สร้างความท้าทายให้กับเฟดมาโดยตลอดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ เขาเชื่อว่าการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เฟื่องฟูจะช่วยหนุนเศรษฐกิจสหรัฐฯ

หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้น 1.25% ตามด้วยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารพุ่งขึ้น 1.13% ส่วนหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 1.9% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคร่วงลง 1.4%

บรรยากาศการซื้อขายในตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของธนาคารรายใหญ่ โดยหุ้น Goldman Sachs พุ่งขึ้น 9% ขณะที่หุ้น JPMorgan Chase ดีดตัวขึ้น 2.5% และหุ้น Bank of America บวก 1.9% หลังจากธนาคารทั้งสามแห่งเปิดเผยกำไรที่สูงเกินคาดในไตรมาส 2/2569

อย่างไรก็ตาม หุ้น Citigroup ร่วงลง 5.3% เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายได้บดบังรายงานผลกำไรที่ออกมาดีเกินคาด

ขณะที่หุ้น IBM ดิ่งลง 25.2% หลังจากอาร์วินด์ กฤษณะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ IBM เตือนนักลงทุนว่า ผลประกอบการประจำไตรมาส 2 ของบริษัทอาจจะออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ การร่วงลงของหุ้น IBM ได้สกัดแรงบวกของดัชนีดาวโจนส์

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี PPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต จะปรับตัวขึ้น 6.2% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 6.5% ในเดือนพ.ค. และคาดว่าดัชนี PPI พื้นฐาน (CorePPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 5.2% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 4.9% ในเดือนพ.ค.

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูถ้อยแถลงวันที่สองของเควิน วอร์ช ประธานเฟดในวันนี้เช่นกัน โดยวอร์ชมีกำหนดแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภา ในเวลา 10.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 21.00 น.ตามเวลาไทย

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 15 ก.ค. 2569 เวลา : 11:29:38

15-07-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 15, 2026, 12:47 pm