
ทิศทางราคาทองคำ
ราคาทองคำปรับตัวขึ้น หลังดัชนี CPI สหรัฐฯ เดือนมิถุนายนออกมาต่ำกว่าคาด ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และ ดัชนีดอลลาร์ อ่อนค่าลง โดยเมื่อคืนราคาทองคำดีดตัวจากจุดต่ำสุดบริเวณ 3,980 เหรียญ ขึ้นไปทำจุดสูงสุดใกล้ 4,100 เหรียญ ขณะที่ดัชนีดอลลาร์เช้านี้เคลื่อนไหวบริเวณ 100.7 จุด ส่วนค่าเงินบาทอ่อนค่าอยู่ที่ประมาณ 33.48 บ.ต่อดอลลาร์
หลังการประกาศ CPI ตลาดลดความคาดหวังว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกรกฎาคม โดยเครื่องมือ CME FedWatch ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 83.4% ว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 28–29 ก.ค. อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคาดว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% อย่างน้อย 1 ครั้งก่อนสิ้นปีนี้ ด้าน Kevin Warsh ประธานเฟด ระบุว่าแม้ CPI ชะลอลง แต่ยังไม่เพียงพอ เฟดต้องการเห็นข้อมูลดีต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมัน Brent ยังทรงตัวในระดับสูงบริเวณ 86 เหรียญ หลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเพิ่มเติมเป็นวันที่ 4 และเริ่มใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือและพื้นที่ชายฝั่งอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดยังคงกังวลต่อความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน
ด้านกองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 2.00 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,004.45 ตัน โดยภาพรวมเดือนกรกฎาคมยังขายสุทธิ 0.63 ตัน ขณะที่ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันขายสุทธิ 67.56 ตัน สะท้อนว่ามีแรงซื้อกลับจากนักลงทุนสถาบันบางส่วน แม้ภาพรวมทั้งปียังเป็นการขายสุทธิ
วิเคราะห์ว่า ราคาทองคำได้รับแรงหนุนระยะสั้นจากเงินเฟ้อที่ชะลอตัวและดัชนีดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง แต่ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากราคาน้ำมันและสถานการณ์อิหร่านอย่างใกล้ชิด โดยวันนี้นักลงทุนจับตาตัวเลข PPI สหรัฐฯ และถ้อยแถลงวันที่สองของ Kevin Warsh ในเวลา 21.00 น. ตามเวลาไทย เพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยของเฟดในระยะถัดไป
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำเช้านี้ทรงตัวและปรับลดลงเล็กน้อย หลังเมื่อคืนดีดตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใกล้ 4,100 เหรียญ โดยล่าสุดยังสามารถเคลื่อนไหวเหนือแนวรับจิตวิทยา 4,000 เหรียญ และแกว่งตัวบริเวณ 4,040 เหรียญ
วิเคราะห์ว่า หากราคายังสามารถยืนเหนือ 4,000 เหรียญ ได้ ภาพระยะสั้นยังมีโอกาสแกว่งตัวสะสมฐานและฟื้นขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,100 เหรียญ แต่หากหลุดต่ำกว่า 4,000 เหรียญ อาจกลับมาเผชิญแรงขายอีกครั้ง นักลงทุนควรเน้นซื้อขายตามกรอบและบริหารความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด
ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,000 เหรียญ และ 3,950 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,090 เหรียญ และ 4,140 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 63,200 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 64,500 บาท
สำหรับ Gold COMEX (GCEQ26) แนวรับอยู่ที่ 4,007 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,097 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOU26) แนวรับอยู่ที่ 4,050 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,140 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10Q26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 63,700 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 65,000 บาท
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำให้ซื้อขายในกรอบระยะสั้น ตามแนวโน้ม “Sideways” ในกรอบ รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว และแบ่งขายปิดทำกำไรตามกรอบแนวต้าน ทั้งนี้ควรระมัดระวังความผันผวนของราคาในแนวโน้มการปรับฐานขาลงในภาพใหญ่
- นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบแนวต้าน รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับ แต่หากราคาหลุดกรอบ Sideway ควรมีการตั้ง Stop Loss
- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบ หากจะเปิดสถานะใหม่ รอราคาเกิดการกลับตัวตามกรอบแนวต้าน แต่หากราคาทะลุกรอบ Sideway ขึ้นไป ควรมีการตั้ง Stop Loss
ข่าวเด่น