(364).jpg)
ตลาดทองคำนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (20 ก.ค.69) สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 2.90 ดอลลาร์ หรือ 0.07% ปิดที่ 4,015.90 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นและก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อนั้น อาจกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
สถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ประกาศใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียในวันจันทร์ ซึ่งเป็นการเปิดแนวรบใหม่ในสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน และเพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานพลังงานและการค้าโลก
ราคาน้ำมันยังคงเคลื่อนไหวในระดับสูง โดยราคาน้ำมันเบรนท์ ดีดตัวขึ้นกว่า 1% ในวันจันทร์ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และเพิ่มน้ำหนักให้กับคาดการณ์ที่ว่าเฟดอาจจะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น หรืออาจจะพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้เพื่อสกัดเงินเฟ้อ
ล่าสุด เครื่องมือ FedWatch ของ CME บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักมากถึง 83% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. เมื่อเทียบกับระดับ 73% ในสัปดาห์ที่แล้ว
ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่ปรับตัวขึ้น 0.4% และดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวขึ้น 0.2%
ทั้งนี้ การแข็งค่าของดอลลาร์ส่งผลให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ ส่วนการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ข่าวเด่น