
ทิศทางราคาทองคำ
ราคาทองคำกลับมาปรับตัวลดลงอีกครั้ง หลุดระดับ 4,100 เหรียญ ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงต่อเนื่องเป็นวันที่ 13 หลังกลุ่มฮูตีปิดกั้นช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของซาอุดีอาระเบีย ขณะที่สถานการณ์สงครามยังไม่มีสัญญาณประนีประนอมและมีความเสี่ยงขยายวงกว้างขึ้น
รวมถึงตลาดเริ่มกลับมากังวลประเด็นสงครามการค้ารอบใหม่ของสหรัฐ ที่อาจจะเป็นปัจจัยกระตุ้นเงินเฟ้อ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เดินหน้ามาตรการภาษีรอบใหม่ หลังศาลฎีกาสกัดภาษีชุดเดิม โดยสหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้า 10%–12.5% จากคู่ค้าราว 60 แห่ง โดยมาตรการจะเริ่มมีผลตั้งแต่คืนนี้ (24 ก.ค.)
นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการแข็งค่าของ ดัชนีดอลลาร์ ที่ปรับขึ้นสู่ 101.4 จุด หลังข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 17 เดือน สะท้อนมุมมองว่าตลาดยังให้น้ำหนักกว่า 70% ที่เฟดจะปรับขึ้นอีกครั้งในเดือนกันยายน ซึ่งยังเป็นปัจจัยกดดันสำคัญต่อราคาทองคำ
อย่างไรก็ตาม กองทุน SPDR ยังเข้าซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยซื้อเพิ่ม 1.43 ตัน ส่งผลให้ถือครองเพิ่มขึ้นเป็น 1,009.30 ตัน ทำให้เดือนกรกฎาคมกลับมาซื้อสุทธิ 4.22 ตัน แม้ตั้งแต่ต้นปียังขายสุทธิ 62.71 ตัน
วิเคราะห์ว่า ราคาทองคำระยะสั้นยังถูกกดดันจากดัชนีดอลลาร์ และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่แข็งค่า รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจผลักดันเงินเฟ้อให้กลับมาเร่งตัว ทำให้ภาพรวมแล้วปัจจัยเหล่านี้ยังจำกัดการฟื้นตัวของราคาทองคำ
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังอยู่ภายใต้แรงกดดัน หลังหลุดระดับ 4,100 เหรียญ และอ่อนตัวลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,050 เหรียญ วิเคราะห์ว่า หากราคายังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือ 4,100 เหรียญ ได้อย่างมั่นคง มีโอกาสอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับบริเวณ 4,000 เหรียญ อีกครั้ง นักลงทุนควรเน้นซื้อขายตามกรอบ 4,000–4,100 เหรียญ และบริหารความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด
ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,000 เหรียญ และ 3,950 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,100 เหรียญ และ 4,150 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 64,000 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 65,500 บาท
สำหรับ Gold COMEX (GCEQ26) แนวรับอยู่ที่ 4,005 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,105 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOU26) แนวรับอยู่ที่ 4,040 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,140 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10Q26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 64,500 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 66,000 บาท
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำให้ซื้อขายในกรอบระยะสั้น ตามแนวโน้มของการปรับฐาน “Sideways” รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว และแบ่งขายปิดทำกำไรตามกรอบแนวต้าน ทั้งนี้ควรระมัดระวังความผันผวนของราคา
- นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบแนวต้าน รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับ แต่หากราคาหลุดกรอบ Sideway ควรมีการตั้ง Stop Loss
- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบ หากจะเปิดสถานะใหม่ รอราคาเกิดการกลับตัวตามกรอบแนวต้าน แต่หากราคาทะลุกรอบ Sideway ขึ้นไป ควรมีการตั้ง Stop Loss
ข่าวเด่น