
ทิศทางราคาทองคำ
ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาปิดบวกเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ยังมีความไม่แน่นอน ทั้งการสู้รบที่สลับกับการเจรจา ประเด็นการเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยังไม่มีข้อสรุป รวมถึงความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังยืดเยื้อ
กระแสข่าวการเจรจารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในวันจันทร์นี้ โดยมุ่งเปิดช่องแคบฮอร์มุซและยุติภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ ส่งผลให้ Brent Oil เปิดตลาดเช้านี้ปรับตัวลดลงกว่า 9% มาอยู่ที่บริเวณ 87.4 เหรียญ ซึ่งช่วยลดความกังวลด้านเงินเฟ้อและเป็นปัจจัยหนุนต่อราคาทองคำในระยะสั้น
ด้านนโยบายการเงิน ตลาดยังรอความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยของเฟด หลังการประชุมครั้งล่าสุดยังไม่ได้ส่งสัญญาณแนวทางในระยะถัดไปอย่างชัดเจน โดยสัปดาห์นี้นักลงทุนจับตาตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ โดยเฉพาะ Nonfarm Payrolls ซึ่งจะมีผลต่อการประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยของเฟด
ขณะเดียวกันดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าหลุดระดับ 100 จุด ลงมาอยู่บริเวณ 99.70 จุด จากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชะลอตัว ประกอบกับการที่สหรัฐฯ และญี่ปุ่นร่วมเข้าแทรกแซงตลาดด้วยการซื้อเงินเยน ส่งผลให้เงินเยนแข็งค่ามาอยู่บริเวณ 157 เยนต่อดอลลาร์ ขณะที่เงินบาทแข็งค่ามาอยู่ที่ 33.30–33.35 บ.ต่อดอลลาร์ และกดดันให้ราคาทองคำไทยหลุดระดับ 64,000 บาท แม้ราคาทองคำตลาดโลกยังทรงตัวได้
ส่วนกองทุนทองคำ SPDR ขายออก 0.85 ตัน ส่งผลให้ปัจจุบันถือครองอยู่ที่ 1,007.02 ตัน โดยเดือนสิงหาคมขายสุทธิ 0.85 ตัน และตั้งแต่ต้นปีขายสุทธิ 64.99 ตัน แม้ภาพรวมยังเป็นการขายสุทธิ แต่ปริมาณการถือครองยังอยู่เหนือระดับ 1,000 ตัน
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในกรอบปรับฐานทิศทาง Sideways เพื่อรอการเลือกทิศทาง Breakout โดยราคายังคงยืนเหนือแนวรับสำคัญบริเวณ 4,000 เหรียญ และเริ่มสร้างรูปแบบ Higher Low ในกรอบการปรับฐาน ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อโมเมนตัมระยะสั้น
กลยุทธ์ระยะสั้นยังเน้นซื้อบริเวณแนวรับและขายทำกำไรใกล้แนวต้าน พร้อมรอให้ราคาทะลุกรอบ Breakout เพื่อยืนยันทิศทาง หากราคายังรักษารูปแบบ Higher Low ได้ มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นทดสอบกรอบบนอีกครั้ง แต่หากหลุดระดับ 4,000 เหรียญ ควรระมัดระวังแรงขายที่อาจกลับมากดดันราคา
ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,000 เหรียญ และ 3,950 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,100 เหรียญ และ 4,150 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 63,200 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 64,600 บาท
สำหรับ Gold COMEX (GCV26) แนวรับอยู่ที่ 4,025 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,125 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOU26) แนวรับอยู่ที่ 4,030 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,130 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10Q26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 63,600 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 65,000 บาท
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำให้ซื้อขายในกรอบระยะสั้น ตามแนวโน้ม “Sideways” ในกรอบ รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว และแบ่งขายปิดทำกำไรตามกรอบแนวต้าน ทั้งนี้ควรระมัดระวังความผันผวนของราคา
- นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบแนวต้าน รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับ แต่หากราคาหลุดกรอบ Sideway ควรมีการตั้ง Stop Loss
- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งปิดสถานะทำกำไรตามกรอบ หากจะเปิดสถานะใหม่ รอราคาขยับขึ้นทดสอบบริเวณกรอบแนวต้าน แต่หากราคาทะลุกรอบ Sideway ขึ้นไป ควรมีการตั้ง Stop Loss
ข่าวเด่น