
ทิศทางราคาทองคำ
ราคาทองคำยังทรงตัวในกรอบ 4,250 - 4,300 เหรียญ หลังมีแรงขายทำกำไรสลับเข้ามาเป็นระยะ ส่งผลให้ราคาบางช่วงอ่อนตัวลงแตะ 4,230 เหรียญ ก่อนฟื้นกลับขึ้นมายืนเหนือ 4,250 เหรียญ ในช่วงเช้าวันนี้ ปัจจัยกดดันระยะสั้นยังมาจาก ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่า และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง โดยดัชนีดอลลาร์เคลื่อนไหวบริเวณ 99.9 จุด ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีอยู่ที่ 4.68% ซึ่งยังจำกัดการฟื้นตัวของราคาทองคำ ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมัน Brent ปรับขึ้นมาอยู่บริเวณ 86 เหรียญต่อบาร์เรล ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ แม้การเจรจาระหว่างอิหร่านและโอมานยังดำเนินต่อไป แต่อิหร่านยังไม่ได้เจรจากับสหรัฐฯ โดยตรง ทำให้ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นปัจจัยที่ตลาดต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ด้านค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อยมาอยู่บริเวณ 33.14 บ.ต่อดอลลาร์ ช่วยประคองราคาทองคำไทย โดยปัจจุบันราคาทองคำไทยยังทรงตัวเหนือระดับ 66,500 บาท ขณะที่กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 0.57 ตัน ส่งผลให้ปัจจุบันถือครองอยู่ที่ 1,014.72 ตัน และเดือนสิงหาคมซื้อสุทธิ 6.85 ตัน สะท้อนว่ากระแสเงินทุนระยะสั้นเริ่มกลับเข้าสู่ตลาดทองคำมากขึ้น
วิเคราะห์ว่า ตัวเลข Nonfarm Payrolls คืนนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาด หากออกมาแข็งแกร่งกว่าคาดและหนุนให้ดัชนีดอลลาร์กลับขึ้นยืนเหนือ 100 จุด อาจเพิ่มแรงกดดันต่อราคาทองคำในระยะสั้น แต่หากข้อมูลแรงงานออกมาอ่อนแอกว่าคาด มีโอกาสช่วยให้ราคาทองคำฟื้นตัวต่อได้
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
นเชิงเทคนิค ราคาทองคำกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นและระยะกลางได้อีกครั้ง ส่งผลให้ภาพระยะสั้นกลับมาเคลื่อนไหวในลักษณะ Uptrend โดยตราบใดที่ระหว่างวันราคายังสามารถยืนเหนือบริเวณ 4,240 เหรียญ ได้ ยังมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,300 เหรียญ
วิเคราะห์ว่า หากราคาสามารถทะลุและยืนเหนือ 4,300 เหรียญ ได้อย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณยืนยันโมเมนตัมเชิงบวกและเพิ่มโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ อย่างไรก็ตาม หากยังไม่สามารถผ่านแนวต้านดังกล่าวได้ มีโอกาสเผชิญแรงขายทำกำไรและกลับลงมาแกว่งตัวในกรอบ 4,200–4,300 เหรียญ อีกครั้ง
ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,200 เหรียญ และ 4,150 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,300 เหรียญ และ 4,350 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 66,200 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 67,300 บาท
สำหรับ Gold COMEX (GCV26) แนวรับอยู่ที่ 4,227 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,327 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOU26) แนวรับอยู่ที่ 4,230 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,330 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10Q26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 66,600 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 67,700 บาท
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำแบ่งขายทำกำไรบางส่วน โดยภาพรวมราคาอยู่ในแนวโน้มทิศทางขาขึ้น “Up Trend” รอย่อซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว ทั้งนี้ควรระมัดระวังความผันผวนของราคา อาจจะมีจังหวะของการปรับย่อขายทำกำไร
- นักลงทุนที่ถือ Long Position
ทยอยปิดทำกำไรเป็นรอบๆ เน้นเทรดระยะสั้นลง รอจังหวะเปิดสถานะใหม่เมื่อราคาย่อตัว เฝ้าติดตามราคาทองคำระหว่างวัน
- นักลงทุนที่ถือ Short Position
ยังไม่แนะนำให้ถือสถานะ Short หากเปิดสถานะใหม่ควรรอเปิดสถานะบริเวณแนวต้าน และมีจุด Stop Loss ทุกครั้ง
ข่าวเด่น