
ทิศทางราคาทองคำ
ราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 10 สัปดาห์ โดยฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดมากกว่า 450 เหรียญ และกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 4,400 เหรียญ ขณะที่ราคาทองคำไทยปรับขึ้นแตะบริเวณ 69,000 บาท สะท้อนว่าโมเมนตัมฝั่งซื้อยังคงแข็งแกร่ง
แรงหนุนสำคัญยังมาจากแรงซื้อของนักลงทุนที่ยังเข้ามาอย่างต่อเนื่องและดัชนีดอลลาร์ ที่เคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 100 จุด โดยล่าสุดเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 99.76 จุด รวมถึงแรงซื้อจากกองทุน ETF ยังคงสนับสนุนตลาด โดย SPDR ซื้อเพิ่ม 3.42 ตัน ส่งผลให้ถือครองเพิ่มเป็น 1,020.96 ตัน และเดือนสิงหาคมซื้อสุทธิแล้ว 13.09 ตัน สะท้อนว่าแรงซื้อระยะสั้นเริ่มกลับเข้าสู่ตลาดทองคำอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้อิหร่านจ่ายค่าชดเชยความเสียหายและผู้เสียชีวิต ขณะที่อิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ ชดเชยความเสียหาย ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และปฏิบัติตามเงื่อนไขก่อนเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น โดย Brent กลับขึ้นทดสอบบริเวณ 90 เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม เนื่องจากหากราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง อาจเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และจำกัด Upside ของราคาทองคำผ่านความกังวลว่าเฟดอาจจำเป็นต้องคงนโยบายการเงินเข้มงวดไว้นานขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตลาดต้องจับตาตัวเลข CPI สหรัฐฯ ในคืนวันพุธ โดยหากเงินเฟ้อชะลอตัวกว่าคาด จะช่วยลดแรงกดดันต่อแนวโน้มดอกเบี้ยของเฟดและสนับสนุนให้โมเมนตัมขาขึ้นของทองคำเดินหน้าต่อได้
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำเข้าสู่แนวโน้ม Uptrend ชัดเจน หลังสามารถ Breakout และกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันในกราฟ Daily Chart รวมถึงเคลื่อนไหวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยหลักทั้งหมด สะท้อนว่าโมเมนตัมฝั่งซื้อกลับมาแข็งแกร่งทั้งในระยะสั้น กลาง และยาว
วิเคราะห์ว่าการที่ราคากลับขึ้นมายืนเหนือ 4,400 เหรียญ เป็นการยืนยันโครงสร้างขาขึ้นมากขึ้น และยังเปิดโอกาสให้ราคาปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไป อย่างไรก็ตามหลังราคาปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว นักลงทุนควรระมัดระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้นและติดตามว่าราคาจะสามารถรักษาระดับเหนือ 4,400 เหรียญได้ต่อเนื่องหรือไม่
ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,380 เหรียญ และ 4,320 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,480 เหรียญ และ 4,530 เหรียญ ส่วนทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 68,500 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 69,800 บาท
สำหรับ Gold COMEX (GCV26) แนวรับอยู่ที่ 4,405 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,505 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOU26) แนวรับอยู่ที่ 4,410 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,510 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10Q26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 68,850 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 70,150 บาท
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำแบ่งขายทำกำไรบางส่วน โดยภาพรวมราคาอยู่ในแนวโน้มทิศทางขาขึ้น “Up Trend” รอย่อซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว ทั้งนี้ควรระมัดระวังความผันผวนของราคา อาจจะมีจังหวะของการปรับย่อขายทำกำไร
-นักลงทุนที่ถือ Long Position
ทยอยปิดทำกำไรเป็นรอบๆ เน้นเทรดระยะสั้นลง รอจังหวะเปิดสถานะใหม่เมื่อราคาย่อตัว เฝ้าติดตามราคาทองคำระหว่างวัน
- นักลงทุนที่ถือ Short Position
ยังไม่แนะนำให้ถือสถานะ Short หากเปิดสถานะใหม่ควรรอเปิดสถานะบริเวณแนวต้าน และมีจุด Stop Loss ทุกครั้ง
ข่าวเด่น