ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงประมาณ 80 เหรียญ ก่อนกลับมาทรงตัวบริเวณ 4,350 เหรียญ โดยแรงกดดันหลักมาจาก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ


ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวลดลงประมาณ 80 เหรียญ ก่อนกลับมาทรงตัวบริเวณ 4,350 เหรียญ โดยแรงกดดันหลักมาจาก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความกังวลต่อภาระหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ซึ่งเข้าใกล้ระดับ 40 ล้านล้านเหรียญ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะพันธบัตรอายุ 30 ปี ซึ่งปรับขึ้นมาอยู่บริเวณ 5.2% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 สูงสุดในรอบกว่า 20 ปี การที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยมีความน่าสนใจลดลง และเป็นแรงกดดันต่อราคาในระยะสั้น

ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงไม่มีข้อยุติ หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีความคืบหน้า ประกอบกับท่าทีของทั้งสองฝ่ายที่ยังแข็งกร้าว ส่งผลให้ตลาดกังวลต่ออุปทานพลังงานและผลักดันราคาน้ำมัน Brent กลับขึ้นมายืนเหนือ 90 เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ และอาจทำให้ตลาดกังวลว่าเฟดจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงนานขึ้น จึงเป็นอีกปัจจัยที่จำกัดการฟื้นตัวของราคาทองคำ

ด้าน Fund Flow กองทุนทองคำ SPDR ขายออก 5.42 ตัน ส่งผลให้ปัจจุบันถือครองที่ 1,025.24 ตัน อย่างไรก็ตาม เดือนสิงหาคมยังคงซื้อสุทธิ 17.37 ตัน ขณะที่ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ถึงปัจจุบันขายสุทธิ 46.77 ตัน สะท้อนว่ากระแสเงินทุนจากนักลงทุนสถาบันในภาพรวมทั้งปียังไม่กลับมาเป็นบวกอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ดัชนีดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 100 จุด จึงช่วยลดแรงกดดันต่อราคาทองคำได้บางส่วน ขณะที่ราคาทองคำไทยปรับตัวลงมาอยู่บริเวณ 68,200 บาท ตามทิศทางราคาทองคำตลาดโลก โดยเงินบาทที่เคลื่อนไหวบริเวณ 33.15 บ.ต่อดอลลาร์ ยังช่วยพยุงราคาทองคำในประเทศไม่ให้ปรับตัวลดลงมากนัก

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม ตลาดจับตา รายงานการประชุม FOMC ในคืนนี้ เพื่อประเมินมุมมองของเฟดต่อเงินเฟ้อ ภาวะเศรษฐกิจ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไป

 
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำกลับมาเผชิญแรงขายทำกำไร หลังไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,450 เหรียญ และอ่อนตัวลงต่ำกว่าระดับ 4,400 เหรียญ ส่งผลให้ภาพระยะสั้นเริ่มเคลื่อนไหวออกด้านข้างในลักษณะ Sideway และมีความผันผวนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม โครงสร้างหลักยังคงเป็น Sideway Up และยังมองเป็นการพักฐานภายในแนวโน้มเดิม ตราบใดที่ราคายังสามารถรักษาแนวรับสำคัญบริเวณ 4,300 เหรียญ ได้

วิเคราะห์ว่า หากกลับขึ้นเหนือ 4,400 เหรียญ ได้ มีโอกาสทดสอบ 4,450 เหรียญ อีกครั้ง แต่หากหลุด 4,300 เหรียญ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการปรับฐานลงต่อ

ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,330 เหรียญ และ 4,300 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,400 เหรียญ และ 4,450 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 67,800 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 68,800 บาท

สำหรับ Gold COMEX (GCV26) แนวรับอยู่ที่ 4,350 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,420 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOU26) แนวรับอยู่ที่ 4,360 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,430 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10Q26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 68,200 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 69,200 บาท

โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

 
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

แนะนำซื้อขายในกรอบระยะสั้นตามแนวโน้มการพักตัวในกรอบ "Sideway" ขณะที่ภาพหลักยังคงเป็นทิศทางขาขึ้น โดยเน้นรอซื้อเมื่อราคาย่อตัวบริเวณแนวรับ และทยอยขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน พร้อมระมัดระวังความผันผวนระหว่างวัน

- นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบแนวต้าน รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับ แต่หากราคาหลุดกรอบ Sideway ควรมีการตั้ง Stop Loss

- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบ หากจะเปิดสถานะใหม่ รอราคาเกิดการกลับตัวตามกรอบแนวต้าน แต่หากราคาทะลุกรอบ Sideway ขึ้นไป ควรมีการตั้ง Stop Loss

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 19 ส.ค. 2569 เวลา : 12:37:34

19-08-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ August 19, 2026, 1:49 pm