(225)(455).jpg)
ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (20 ส.ค.69) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 52,759.21 จุด ลดลง 703.84 จุด หรือ -1.32%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,641.16 จุด ลดลง 66.82 จุด หรือ -0.87% และ ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,067.17 จุด ลดลง 263.92 จุด หรือ -1.00% เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้น ซึ่งบั่นทอนความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง นอกจากนี้ ผลประกอบการที่น่าผิดหวังของบริษัทค้าปลีกรายใหญ่อย่าง Walmart ยังสร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันได้กระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ดีดตัวขึ้นแตะระดับ 4.704% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 5.259% ในวันพฤหัสบดี แม้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการแทรกแซงตลาดด้วยการเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรมากเป็นสองเท่า ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของอัตราตอบแทนพันธบัตรทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการกู้ยืมที่ปรับตัวสูงขึ้น
หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคร่วงลง 1.93% ตามด้วยหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ร่วงลง 1.89% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวขึ้น 0.38% และ 0.15% ตามลำดับ
หุ้น Walmart ร่วงลง 9.2% หลังบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินที่สูงขึ้นทำให้ผู้บริโภคพากันลดการใช้จ่าย
ผลประกอบการที่อ่อนแอของ Walmart เป็นปัจจัยฉุดหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคร่วงลง และยังได้ฉุดหุ้นบริษัทค้าปลีกคู่แข่งอย่าง Costco, Dollar Tree และ Albertsons โดยหุ้นเหล่านี้ปรับตัวลงระหว่าง 1% 2.6%
ราคาน้ำมันเบรนท์ และน้ำมัน WTI ต่างก็พุ่งขึ้นกว่า 2% ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าสงครามอิหร่านอาจลุกลามบานปลาย หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ว่าจะใช้มาตรการตอบโต้ประเทศที่ให้การสนับสนุนอิหร่าน
นักวิเคราะห์จาก Edward Jones ให้ความเห็นว่า การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมัน WTI ที่พุ่งขึ้นทะลุระดับ 87 ดอลลาร์/บาร์เรล ยิ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับกำลังซื้อของผู้บริโภคชาวอเมริกัน ขณะที่นักลงทุนก็มีความกังวลอยู่แล้วหลังจากข้อมูลยอดขายปลีกและข้อมูลตลาดแรงงานประจำเดือนก.ค.ออกมาแย่กว่าที่คาดไว้ นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ดีดตัวขึ้นยังทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการกู้ยืมและส่งผลกระทบต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
หุ้นบริษัทเรือสำราญร่วงลงท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โดยหุ้น Royal Caribbean Group และหุ้น Carnival Corp ต่างก็ร่วงลงกว่า 4%
หุ้น Coty บริษัทเครื่องสำอางแบรนด์ CoverGirl ดิ่งลง 9.2% หลังจากบริษัทเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์กำไรในไตรมาสปัจจุบันที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
หุ้น Moderna ผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ ปิดตลาดร่วงลง 23.5% หลังจากทะยานขึ้นเกือบ 177% ในวันพุธ อันเนื่องมาจากข่าวความสำเร็จในการทดลองยารักษาโรคมะเร็งชนิด mRNA
หุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซีพุ่งขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งผ่านกฎหมายสำคัญเพื่อวางกรอบการกำกับดูแลอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซี ทั้งนี้ หุ้น Strategy และหุ้น Coinbase Global ต่างพุ่งขึ้นกว่า 7%
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 6,000 ราย สู่ระดับ 206,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 210,000 ราย
ข่าวเด่น