
ทิศทางราคาทองคำ
ภาพรวมราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเช้าวันนี้ราคาขยับขึ้นเข้าใกล้ระดับ 4,700 เหรียญ หลังตลาดตอบรับกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่เดินหน้าเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว และมีรายงานว่ากำลังพิจารณาใช้เงินจาก (TGA) ซึ่งเป็นบัญชีเงินสดของรัฐบาลที่ฝากไว้กับเฟด และมีเงินคงเหลือประมาณ 9.5 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูแลสภาพคล่องในตลาดพันธบัตร โดยประเด็นดังกล่าวช่วยลดแรงกดดันต่อ Bond Yield และยังเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อราคาทองคำ
โดยในเดือนสิงหาคม ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแล้วกว่า 15% สะท้อนโมเมนตัมขาขึ้นที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง จากทั้งแรงหนุนปัจจัยทางเทคนิคและปัจจัยพื้นฐาน โดย Fund Flow ยังเป็นแรงหนุนสำคัญ โดยกองทุนทองคำ SPDR ซื้อเข้า 2.28 ตัน ปัจจุบันถือครอง 1,049.49 ตัน ส่งผลให้เดือนสิงหาคมซื้อสุทธิแล้ว 41.62 ตัน
ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ หลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการ “Operation Economic Outcast” พร้อมยกระดับมาตรการ Secondary Sanctions ต่ออิหร่าน อย่างไรก็ตามราคาน้ำมัน Brent อ่อนตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 93.77 เหรียญ สะท้อนว่าตลาด ไม่ได้ให้น้ำหนักต่อรายงานที่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ออกมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ต่ออิหร่าน
ด้านดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยบริเวณ 99 จุด ขณะที่เงินบาทอยู่ที่ 32.73 บาทต่อดอลลาร์ โดยภาพรวมเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง ทั้งนี้ ตลาดยังจับตา Core PCE, GDP และถ้อยแถลงของเควิน วอร์ช ประธานเฟด ที่การประชุมแจ็กสัน โฮล ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกำหนดทิศทาง Bond Yield และราคาทองคำในระยะถัดไป
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังคงปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และภาพรวมอยู่ในแนวโน้ม Bullish อย่างชัดเจน โดยเช้าวันนี้ราคาขึ้นทดสอบแนวต้านเชิงจิตวิทยาบริเวณ 4,700 เหรียญ ก่อนเผชิญแรงขายทำกำไรและย่อตัวลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม หลังราคาปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง Momentum ระยะสั้นเริ่มตึงตัวและเข้าสู่บริเวณ Overbought มากขึ้น จึงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทาง แม้โครงสร้างหลักยังคงเป็นขาขึ้น
ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,620 เหรียญ และ 4,580 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,700 เหรียญ และ 4,730 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 71,500 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 72,500 บาท
สำหรับ Gold COMEX (GCV26) แนวรับอยู่ที่ 4,640 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,720 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOU26) แนวรับอยู่ที่ 4,645 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,725 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10Q26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 71,850 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 72,850 บาท
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำ รอจังหวะราคาย่อตัวเพื่อเข้าซื้อ (Buy on Dip) เนื่องจากภาพรวมราคายังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น Up Trend อย่างไรก็ตาม หลังราคาปรับตัวขึ้นแรง ควรระมัดระวังแรงขายทำกำไรและความผันผวนในระยะสั้น โดยหลีกเลี่ยงการไล่ซื้อบริเวณแนวต้านสำคัญ
- นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำทยอยปิดทำกำไรเป็นรอบ ๆ และเน้นการซื้อขายระยะสั้นมากขึ้น หลังราคาปรับตัวขึ้นแรง โดยรอจังหวะราคาย่อตัวเพื่อเปิดสถานะใหม่
- นักลงทุนที่ถือ Short Position
ยังไม่แนะนำให้ถือสถานะ Short ต่อเนื่อง เนื่องจากภาพรวมราคายังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น หากต้องการเปิดสถานะใหม่ ควรรอจังหวะบริเวณแนวต้านและเน้นการเก็งกำไรระยะสั้น พร้อมกำหนดจุด Stop Loss ทุกครั้ง
ข่าวเด่น