
ทิศทางราคาทองคำ
ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่องจาก แรงขายทำกำไร หลังราคาปรับขึ้นแรงกว่า 500 เหรียญ ในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับตลาดเพิ่มความระมัดระวังก่อนถ้อยแถลงของ Kevin Warsh ประธานเฟด ซึ่งอาจส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้เช้านี้ราคาทองคำอ่อนตัวลงมาเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 4,600 เหรียญ
อย่างไรก็ตาม ด้าน Fund Flow ยังมีแรงสนับสนุน โดย SPDR ซื้อเข้า 1.14 ตัน เพิ่มการถือครองเป็น 1,046.64 ตัน และเดือนสิงหาคมซื้อสุทธิรวม 38.77 ตัน สะท้อนว่าแรงซื้อจากกองทุนยังคงอยู่ ขณะที่ ดัชนีดอลลาร์ทรงตัวบริเวณ 99.1 จุด และเงินบาทอ่อนค่ามาบริเวณ 32.90 บ.ต่อดอลลาร์ ซึ่งช่วยพยุงราคาทองคำไทยได้บางส่วน
วันนี้ตลาดให้น้ำหนักกับถ้อยแถลงของ Kevin Warsh ที่ Jackson Hole คืนนี้ เวลา 21.00 น. ตามเวลาไทย เป็นหลัก เพื่อประเมินมุมมองต่อเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจเพิ่มความผันผวนให้กับดอลลาร์ Bond Yield และราคาทองคำในระยะสั้น
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำอยู่ในช่วง ปรับฐานระยะสั้นหลังปรับขึ้นแรง โดยราคาหลุด 4,600 เหรียญ และอ่อนตัวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นใน Timeframe รายชั่วโมง ส่งผลให้ราคาเข้าสู่การเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway มากขึ้น แต่โครงสร้างขาขึ้นหลักยังไม่เสีย
วิเคราะห์ว่า บริเวณ 4,500 เหรียญ เป็นแนวรับสำคัญ หากราคายังสามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ การอ่อนตัวยังมองเป็น การพักฐานในแนวโน้มขาขึ้น กลยุทธ์จึงยังเน้น รอซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวเข้าใกล้แนวรับ พร้อมระมัดระวังความผันผวนจากถ้อยแถลงของเฟดในคืนนี้
ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,550 เหรียญ และ 4,520 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,620 เหรียญ และ 4,650 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 70,800 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 71,800 บาท
สำหรับ Gold COMEX (GCV26) แนวรับอยู่ที่ 4,565 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,635 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOU26) แนวรับอยู่ที่ 4,570 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,640 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10Q26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 71,050 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 72,050 บาท
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำให้ซื้อขายในกรอบระยะสั้น ตามแนวโน้ม “Sideways” ในกรอบ รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว และแบ่งขายปิดทำกำไรตามกรอบแนวต้าน ทั้งนี้ควรระมัดระวังความผันผวนของราคา
- นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบแนวต้าน รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับ แต่หากราคาหลุดกรอบ Sideway ควรมีการตั้ง Stop Loss
- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบ หากจะเปิดสถานะใหม่ รอราคาเกิดการกลับตัวตามกรอบแนวต้าน แต่หากราคาทะลุกรอบ Sideway ขึ้นไป ควรมีการตั้ง Stop Loss
ข่าวเด่น