ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกกลับมาเคลื่อนไหวใกล้ 4,300 เหรียญ หลังจากก่อนหน้านี้ทำจุดสูงสุดบริเวณ 4,443 เหรียญ ก่อนเผชิญแรงขายหลังการประกาศ CPI


ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำตลาดโลกกลับมาเคลื่อนไหวใกล้ 4,300 เหรียญ หลังจากก่อนหน้านี้ทำจุดสูงสุดบริเวณ 4,443 เหรียญ ก่อนเผชิญแรงขายหลังการประกาศ CPI สหรัฐฯ จนลงทำจุดต่ำสุดที่ 4,292 เหรียญ และมีแรงซื้อกลับประคองเหนือ 4,300 เหรียญ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาปิดลบราว 80 เหรียญ หรือ 1.8% และเป็นการปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3

ด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังตึงเครียด หลังซาอุดีอาระเบียปิด East-West Pipeline จากเหตุโจมตีด้วยโดรน ขณะที่การเจรจาที่โอมานถูกเลื่อนออกไป ทำให้ความเสี่ยงต่ออุปทานและการขนส่งน้ำมันเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันยัง ยืนเหนือ 100 เหรียญต่อบาร์เรล ประกอบกับเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นมากกว่า 86% ซึ่งยังเป็นแรงกดดันทองคำ อย่างไรก็ตาม การที่ราคาสามารถฟื้นจากระดับต่ำกว่า 4,300 เหรียญ ได้ สะท้อนว่าเริ่มมีแรงรับบริเวณด้านล่าง และตลาดอาจสะท้อนความเสี่ยงด้านดอกเบี้ยไปมากแล้วบางส่วน จึงมีโอกาสเข้าสู่ช่วง สร้างฐานระยะสั้น

ด้าน Fund Flow กองทุน SPDR ขายออก 2.85 ตัน เหลือการถือครอง 1,047.43 ตัน โดยเดือนกันยายนยังซื้อสุทธิ 5.07 ตัน ขณะที่ตั้งแต่ต้นปียังขายสุทธิ 24.58 ตัน สะท้อนว่า Fund Flow ระยะสั้นยังอยู่ในภาวะระมัดระวัง

ด้าน ดัชนีดอลลาร์ทรงตัวบริเวณ 99 จุด ขณะที่ตลาดยังจับตาผลของมาตรการ Treasury Buyback ต่อทิศทาง Bond Yield และดอลลาร์

วิเคราะห์ว่า ก่อนการประชุมเฟดวันที่ 16-17 ก.ย. ราคาทองคำมีแนวโน้มผันผวนสูง โดยหากยังรักษาบริเวณ 4,280–4,300 เหรียญ ได้ มีโอกาสพัฒนาเป็นฐานระยะสั้น แต่หากหลุดลงมา ยังต้องระมัดระวังแรงขายรอบใหม่


 
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังอยู่ในช่วง พักฐานและแกว่งตัวในกรอบ Sideways โดยบริเวณ 4,300 เหรียญ เป็นแนวรับสำคัญ หากยังยืนได้ มีโอกาสฟื้นตัวในระยะสั้น แต่หากหลุดลงมา มีความเสี่ยงอ่อนตัวต่อไปทดสอบบริเวณ 4,250 เหรียญ ขณะที่ทองคำไทย บริเวณ 67,000 บาท ยังคงเป็นแนวรับสำคัญ โดยช่วงก่อนการประชุมเฟดแนะนำเน้น Wait and See และบริหารความเสี่ยง เนื่องจากราคามีโอกาสผันผวนสูงตามการเปลี่ยนแปลงของมุมมองต่อทิศทางดอกเบี้ย

ประเมินกรอบระยะสั้นของ Gold Spot แนวรับอยู่ที่ 4,300 เหรียญ และ 4,250 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 4,380 เหรียญ และ 4,440 เหรียญ สำหรับ ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ 67,500 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 69,000 บาท

ด้าน Gold COMEX (GCV26) แนวรับอยู่ที่ 4,308 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,388 เหรียญ ส่วน Gold Online Futures (GOU26) แนวรับอยู่ที่ 4,310 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,390 เหรียญ สำหรับ Gold Futures 10 บาท (GF10V26) แนวรับอยู่ที่ 68,100 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 69,600 บาท

โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

 
 
 
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

แนะนำให้ซื้อขายในกรอบระยะสั้น ตามแนวโน้ม “Sideways” ในกรอบ รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว และแบ่งขายปิดทำกำไรตามกรอบแนวต้าน ทั้งนี้ควรระมัดระวังความผันผวนของราคา

- นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบแนวต้าน รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับ แต่หากราคาหลุดกรอบ Sideway ควรมีการตั้ง Stop Loss

- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบ หากจะเปิดสถานะใหม่ รอราคาเกิดการกลับตัวตามกรอบแนวต้าน แต่หากราคาทะลุกรอบ Sideway ขึ้นไป ควรมีการตั้ง Stop Loss

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 14 ก.ย. 2569 เวลา : 14:43:28

14-09-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 14, 2026, 3:36 pm