(70).jpg)
ตลาดทองคำนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (14 ก.ย.69) สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 57 ดอลลาร์ หรือ 1.29% ปิดที่ 4,351.90 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมัน WTI และน้ำมันเบรนท์ พุ่งขึ้นกว่า 1% และต่างก็ปิดที่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากซาอุดีอาระเบียประกาศปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline เนื่องจากถูกโจมตีจนได้รับความเสียหาย
ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และเพิ่มโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักมากถึง 90% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% หลังเสร็จสิ้นการประชุมในวันพุธนี้ (16 ก.ย.) เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อที่เป็นผลมาจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน
นอกจากนี้ การปรับตัวขึ้นของเงินเฟ้อยังเป็นอีกปัจจัยที่จะผลักดันให้เฟดเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ย โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (11 ก.ย.) ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากปรับตัวขึ้น 3.4% เช่นกันในเดือนก.ค.
ขณะที่ดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากปรับตัวขึ้น 2.5% ในเดือนก.ค.
ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อตลาดทองคำ เนื่องจากการแข็งค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ
ข่าวเด่น