
ทิศทางราคาทองคำ
ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่องและยังเคลื่อนไหวต่ำกว่า 4,300 เหรียญ หลังลงทดสอบบริเวณ 4,260 เหรียญ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบประมาณ 6 สัปดาห์ ก่อนมีแรงซื้อกลับเล็กน้อย โดยแรงกดดันหลักมาจาก ดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่าและ US Treasury Yield ที่ปรับสูงขึ้น ขณะที่ตลาดรอผลการประชุมเฟดในคืนนี้
ตลาดให้น้ำหนักมากกว่า 92% ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่กรอบ 3.75–4.00% ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม การขึ้นดอกเบี้ยรอบนี้ถูกตลาด Price in ไปมากแล้ว ทำให้ประเด็นสำคัญจะอยู่ที่ถ้อยแถลงของ Kevin Warsh และ Dot Plot ว่าเฟดจะส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมหรือไม่
ด้านตลาดพันธบัตร US 10Y Yield พุ่งแตะ 5.041% ท่ามกลางแรงขายพันธบัตรและความกังวลด้านการขาดดุลงบประมาณ แม้ Treasury Buyback จะช่วยพยุงตลาดบางส่วน แต่ Yield ที่อยู่ในระดับสูงยังเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ ขณะที่ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงจากความเสี่ยงด้านอุปทานของซาอุดีอาระเบีย เพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและแนวโน้มนโยบายการเงินที่เข้มงวด
ด้าน Fund Flow กองทุน SPDR ซื้อเข้า 2.85 ตัน เพิ่มการถือครองเป็น 1,050.28 ตัน ส่งผลให้เดือนกันยายนซื้อสุทธิ 7.92 ตัน ขณะที่ตั้งแต่ต้นปียังขายสุทธิ 21.73 ตัน สะท้อนว่าเริ่มมีแรงซื้อกลับจากกองทุนในระยะสั้น แม้ภาพรวมทั้งปียังเป็นการขายสุทธิ
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ภาพระยะสั้นยังอยู่ในลักษณะ Sideway Down ขณะที่โครงสร้างใหญ่ยังเป็นช่วง ปรับฐาน โดยตลาดยังอยู่ในภาวะ Wait and See ก่อนผลการประชุมเฟด จึงควรเน้นการบริหารความเสี่ยงและระมัดระวังความผันผวน เนื่องจากราคาอาจเหวี่ยงตัวแรงในช่วงที่ตลาดปรับมุมมองต่อทิศทางดอกเบี้ยหลังการประกาศผลการประชุม
ประเมินกรอบระยะสั้นของ Gold Spot แนวรับอยู่ที่ 4,230 เหรียญ และ 4,200 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 4,300 เหรียญ และ 4,330 เหรียญ สำหรับ ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ 66,500 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 67,800 บาท
ด้าน Gold COMEX (GCV26) แนวรับอยู่ที่ 4,237 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,307 เหรียญ ส่วน Gold Online Futures (GOU26) แนวรับอยู่ที่ 4,240 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,310 เหรียญ สำหรับ Gold Futures 10 บาท (GF10V26) แนวรับอยู่ที่ 67,100 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 68,400 บาท
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำให้ ระมัดระวังแรงขายในระยะสั้น หลังทิศทางราคาเข้าสู่ลักษณะ Sideway Down อย่างไรก็ตาม โครงสร้างภาพใหญ่ยังอยู่ในช่วง ปรับฐาน จึงควรรอให้ราคาเริ่มส่งสัญญาณกลับตัวบริเวณแนวรับสำคัญก่อนเข้าซื้อ เพื่อลดความเสี่ยงจากการปรับตัวลงต่อ พร้อมกำหนดจุดตัดขาดทุนและบริหารความเสี่ยงทุกครั้ง
- นักลงทุนที่ถือ Long Position
ลดสถานะการซื้อ หรือ Long position ในระยะสั้นต้องระมัดระวังแรงขาย เนื่องจากอยู่ในช่วงการปรับฐาน ราคาอาจจะขึ้นเพื่อลงต่อจนกว่าจะสร้างฐานราคาใหม่ได้
- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งปิดกำไรตามรอบ หากเปิดสถานะใหม่ควรรอเปิดสถานะบริเวณแนวต้าน และมีจุด Stop Loss ทุกครั้ง
ข่าวเด่น