
ทิศทางราคาทองคำ
ภาพรวมราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงปลายสัปดาห์ และปิดบวกเป็น สัปดาห์แรกในรอบ 4 สัปดาห์ หลังยืนเหนือ 4,300 เหรียญ ได้ แม้เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่กรอบ 3.75 - 4.00% และ Kevin Warsh ยังคงส่งสัญญาณ Hawkish ขณะที่ US 10Y Yield ใกล้ 5% ดัชนีดอลลาร์อยู่บริเวณ 100.21 จุด และตลาดให้น้ำหนักราว 55% ต่อโอกาสขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือน ต.ค. ซึ่งยังเป็นแรงกดดันทองคำระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ตลาดเริ่มลดความกังวลเรื่องดอกเบี้ยลงบางส่วน ประกอบกับแรง Short Covering และราคาน้ำมันที่ลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ผ่อนแรงกดดันเงินเฟ้อ แม้ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะบริเวณ Bab el-Mandeb และช่องแคบ Hormuz ยังเป็นความเสี่ยงต่อเส้นทางพลังงาน
ขณะเดียวกัน ตลาดให้น้ำหนักกับ ปัญหาหนี้และฐานะการคลังของสหรัฐฯ มากขึ้น หลังจีนลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เหลือ 618 พันล้านดอลลาร์ในเดือน ก.ค. ต่ำสุดในรอบประมาณ 18 ปี สะท้อนการลดสัดส่วน U.S. Treasury และกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์อื่น ด้าน Fund Flow ยังคงเป็นบวก โดย SPDR ซื้อเข้าต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ล่าสุด 4.28 ตัน ทำให้ถือครองรวม 1,057.12 ตัน เดือนกันยายนซื้อสุทธิ 14.77 ตัน ขณะที่ตั้งแต่ต้นปียังขายสุทธิ 14.88 ตัน
วิเคราะห์ว่าทองคำยังมีแรงซื้อรองรับแต่ภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นอาจทำให้ราคาปรับขึ้นได้ช้าลง โดยต้องติดตามว่าเฟดจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ย เร็วและมากเพียงใด ขณะที่ Goldman Sachs ยังคงมุมมองบวกในระยะยาว โดยปรับเป้าหมายสิ้นปี 2026 ลงเหลือ 4,650 เหรียญ และคงเป้าหมายสิ้นปี 2027 ที่ 5,400 เหรียญ ขณะที่ตลาดติดตามการหารือระหว่าง Scott Bessent และ He Lifeng ก่อนการพบกันของ Donald Trump และ Xi Jinping วันที่ 24 ก.ย.
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ภาพระยะสั้นประเมินเป็น Sideways หลังราคาปิดบวกเป็นครั้งแรกในรอบ 4 สัปดาห์ และยังสามารถรักษาฐานเหนือ 4,300 เหรียญ ได้ แม้ Bond Yield และดอลลาร์ยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนว่าแรงซื้อบริเวณฐานราคายังคงรองรับตลาด
วิเคราะห์ว่า สัปดาห์นี้ราคามีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบ 4,300–4,500 เหรียญ โดยหากยังยืนเหนือ 4,300 เหรียญได้ มีโอกาส รีบาวด์ต่อ ขึ้นทดสอบบริเวณ 4,400–4,450 เหรียญ แต่หากหลุดแนวรับดังกล่าว จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการกลับมาอ่อนตัวอีกครั้ง ขณะที่ยังต้องติดตามทิศทางดอกเบี้ย ราคาน้ำมัน และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด
ประเมินกรอบระยะสั้นของ Gold Spot แนวรับอยู่ที่ 4,320 เหรียญ และ 4,270 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 4,400 เหรียญ และ 4,450 เหรียญ สำหรับ ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ 68,200 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 69,500 บาท
ด้าน Gold COMEX (GCV26) แนวรับอยู่ที่ 4,325 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,405 เหรียญ ส่วน Gold Online Futures (GOU26) แนวรับอยู่ที่ 4,328 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,408 เหรียญ สำหรับ Gold Futures 10 บาท (GF10V26) แนวรับอยู่ที่ 68,800 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 70,100 บาท
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำให้ซื้อขายในกรอบระยะสั้น ตามแนวโน้ม “Sideways” ในกรอบ รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว และแบ่งขายปิดทำกำไรตามกรอบแนวต้าน ทั้งนี้ควรระมัดระวังความผันผวนของราคา
- นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบแนวต้าน รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับ แต่หากราคาหลุดกรอบ Sideway ควรมีการตั้ง Stop Loss
- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบ หากจะเปิดสถานะใหม่ รอราคาเกิดการกลับตัวตามกรอบแนวต้าน แต่หากราคาทะลุกรอบ Sideway ขึ้นไป ควรมีการตั้ง Stop Loss
ข่าวเด่น