ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (22 ก.ย.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.22 บาทต่อดอลลาร์


 

Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (22 ก.ย.69) ที่ระดับ 33.22 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 33.27 บาทต่อดอลลาร์ 

โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ในลักษณะ Sideways Down (แกว่งตัวในกรอบ 33.21-33.30 บาทต่อดอลลาร์) หนุนโดย การทยอยปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันดิบ ท่ามกลางความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน กอปรกับ ราคาทองคำ (XAUUSD) ได้ทยอยรีบาวด์สูงขึ้นเข้าใกล้โซน 4,370 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ดี เงินดอลลาร์ได้ทยอยแข็งค่าขึ้น ตามจังหวะอ่อนค่าลงของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) รวมถึงภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่นกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ ตามอานิสงส์ของการปรับตัวขึ้นบรรดาหุ้นกลุ่ม AI/Semiconductor ตอบรับกระแสความนิยมของ Meta’s MUSE Agentic AI 

มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง 33.10-33.35 บาท/ดอลลาร์ 

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ – บรรยากาศในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) ท่ามกลางความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่ช่วยกดดันราคาพลังงาน ขณะเดียวกัน บรรดาหุ้นกลุ่ม AI/Semiconductor อย่าง Intel +12.1%, AMD +10.0% ต่างปรับตัวขึ้นแรง ตอบรับกระแสความนิยมใน “MUSE” Agentic AI ของ Meta +11.3% ส่งผลให้โดยรวม ดัชนี Dowjones ปรับตัวขึ้น +0.7% ส่วน ดัชนี S&P500 ปิดตลาด +1.5% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite พุ่งขึ้น +2.3%

ตลาดหุ้นยุโรป – ดัชนี STOXX600 ของยุโรป ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง +1.0% ตอบรับอานิสงส์การทยอยปรับตัวลงของราคาพลังงาน ท่ามกลางความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ทว่าภาพดังกล่าวได้กดดันราคาหุ้นกลุ่มพลังงานพอสมควร ทั้งนี้ ตลาดหุ้นยุโรปได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่ม AI/Semiconductor ไม่ต่างจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ นำโดย ASML +2.5% 

ตลาดบอนด์ – บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทรงตัวในกรอบ Sideways แถวโซน 4.94%-4.98% โดยการทยอยปรับตัวลงของราคาพลังงานได้ช่วยจำกัดการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ บ้าง ทว่า บรรดาผู้เล่นในตลาดยังคงคาดหวังต่อแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยอีกราว 3 ครั้ง ของ FED ภายในช่วงกลางปีหน้า โดยเฉพาะหลังรับรู้ ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED ล่าสุดในช่วงนี้ ที่ต่างออกมาสนับสนุนแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นของ FED เพื่อคุมปัญหาเงินเฟ้อ ทำให้บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังไม่สามารถปรับตัวลดลงได้ชัดเจน แม้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เสี่ยงเคลื่อนไหวผันผวนในระยะสั้น แต่เราคงคำแนะนำเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดสามารถทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ ได้ โดยเราคงมองว่า หาก FED เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะตามคาดการณ์ของเรา หรือ ผู้เล่นในตลาด การขึ้นดอกเบี้ยของ FED ดังกล่าว จะเปิดทางให้ บอนด์ยีลด์ระยะยาว สามารถทยอยปรับตัวลดลงได้ในที่สุด ตามภาพเศรษฐกิจและแนวโน้มเงินเฟ้อที่อาจชะลอลง อีกทั้ง FED มีโอกาสกลับมาลดดอกเบี้ยลงบ้าง ในระยะข้างหน้า ทำให้ การทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ เน้น Buy on Dip ช่วงนี้ ยังมีความน่าสนใจอยู่

ตลาดค่าเงิน – เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง หนุนโดยการทยอยอ่อนค่าลงของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ขณะเดียวกัน การปรับตัวขึ้นโดดเด่นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ กอปรกับมุมมองของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED ซึ่งออกมาย้ำจุดยืนสนับสนุนการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวด เพื่อคุมปัญหาเงินเฟ้อได้ช่วยหนุนเงินดอลลาร์เพิ่มเติม ทั้งนี้ การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ถูกชะลอลงบ้าง ตามความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ทำให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นสู่โซน 100.4 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 100.1-100.5 จุด)

ทองคำ – ความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ได้พอช่วยหนุนการรีบาวด์สูงขึ้นของราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2026) แม้ราคาทองคำจะถูกกดดันบ้าง ตามจังหวะแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ และบรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม ส่งผลให้ โดยรวมราคาทองคำ แม้จะปรับตัวสูงขึ้นบ้าง แต่ยังถูกจำกัดไว้แถวโซน 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานดัชนีภาวะภาคธุรกิจของบรรดา FED สาขาต่างๆ รวมถึง ยอดการจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์ โดย ADP พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED เพื่อรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED และรอลุ้น ผลการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี  

ทางฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) และบรรดาเจ้าหน้าที่ ECB เพื่อประเมินแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยนโยบายของ ECB ที่ล่าสุด ผู้เล่นในตลาดต่างมองว่า ECB มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยอีก 2-3 ครั้ง ภายในปี 2027  

และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง อย่างใกล้ชิด พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม การเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่อาจส่งผลต่อบรรยากาศในตลาดการเงินได้ 

Krungthai Global Markets มองเงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ การปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options
 
ในช่วงระหว่างวัน เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways เนื่องจากผู้เล่นในตลาดต่างรอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม ทั้ง ในส่วนของพัฒนาการสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังเริ่มมีความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รวมถึง ผลการเจรจาสุดยอดผู้นำระหว่างสหรัฐฯ กับจีน (Trump-Xi Summit) ทว่า ในช่วงระยะสั้นนี้ อาจต้องระวังความผันผวนจากเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) เนื่องจากช่วงนี้ เป็นช่วงหยุดยาวของตลาดการเงินญี่ปุ่น ทำให้ปริมาณการทำธุรกรรมจะเบาบางลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ เรามองว่า เงินบาทอาจพอได้อานิสงส์บ้าง ตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินเอเชีย ที่อาจได้อานิสงส์จากการปรับตัวขึ้นของบรรดาหุ้นกลุ่ม AI/Semiconductor ซึ่งผู้เล่นในตลาดบางส่วนอาจต้องการทยอยเข้าซื้อหุ้นกลุ่มดังกล่าวพอสมควร ในช่วงก่อนรับรู้ผลการเจรจา Trump-Xi Summit และช่วงนี้ยังเป็นช่วงที่หลายตลาดหุ้นเอเชียทยอยปิดทำการในช่วงวันหยุด

เราประเมินว่า เงินบาทยังคงมีโซนแนวต้านในช่วง 33.30 บาทต่อดอลลาร์ เป็นแนวต้านแรก ส่วนแนวต้านถัดไปที่มีความสำคัญจะอยู่แถว 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่โซนแนวรับจะอยู่ในช่วง 33.00-33.10 บาทต่อดอลลาร์ 

ในระยะกลาง-ยาว เราคงมุมมองเดิมว่า FED มีโอกาสเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ในการประชุมเดือนธันวาคม ก่อนที่จะคงดอกเบี้ยจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2027 ก่อนที่จะทยอยลดดอกเบี้ยลง ทำให้ เงินบาทยังมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง เนื่องจากมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ยังคงมากกว่าที่เราประเมินไว้พอควร  

ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาทยังคงอยู่ในแนวโน้ม “แข็งค่าขึ้น” ใน Time Frame รายสัปดาห์ จนกว่าจะอ่อนค่าทะลุโซน 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้ชัดเจน ส่วนใน Time Frame รายวัน เงินบาทยังคงอยู่ในแนวโน้ม “อ่อนค่าลง” จนกว่าจะสามารถกลับมาแข็งค่าขึ้นทะลุโซน 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน อีกครั้ง

มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.10-33.35 บาท/ดอลลาร์

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 22 ก.ย. 2569 เวลา : 10:15:36

22-09-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 22, 2026, 11:18 am