ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
MTS Gold คาดราคาทองคำเช้านี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,150 เหรียญ และมีแนวโน้มปิดลบเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน


ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำเช้านี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,150 เหรียญ และมีแนวโน้มปิดลบเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน โดยยังถูกกดดันจาก ดัชนีดอลลาร์บริเวณ 102.1 จุด และ US 10Y Yield ราว 5.30% แม้ PCE จะออกมาต่ำกว่าคาด และตลาดเพิ่มน้ำหนักราว 75% ว่า Fed จะคงดอกเบี้ยในเดือน ต.ค. ขณะที่ทองคำไทยยังทรงตัวบริเวณ 66,000 บาท โดยเงินบาทที่อ่อนค่ามาแถว 33.67 บาทต่อดอลลาร์ ช่วยพยุงราคาได้บางส่วน

ด้านราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงบริเวณ 103 เหรียญต่อบาร์เรล หลังได้รับแรงหนุนจากความกังวลด้านอุปทาน จากการระงับส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันของจีนและมาตรการจำกัดการส่งออกดีเซลของรัสเซีย ประกอบกับความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่าน รวมถึงสถานการณ์ช่องแคบ Hormuz และเยเมนที่ยังมีความไม่แน่นอน ทำให้ความกังวลด้านเงินเฟ้อยังเป็นปัจจัยจำกัดการรีบาวด์ของทองคำ

ด้าน SPDR ซื้อเพิ่ม 0.86 ตัน ทำให้ถือครองอยู่ที่ 1,056.55 ตัน ขณะที่เดือน ต.ค. ยังขายสุทธิ 0.85 ตัน และตั้งแต่ต้นปีขายสุทธิ 15.44 ตัน

วิเคราะห์ว่า ราคาทองคำมีแนวโน้มแกว่งตัวเพื่อรอข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ โดยวันนี้ตลาดจับตา Non-Farm Employment Change และ Unemployment Rate ซึ่งอาจส่งผลต่อมุมมองดอกเบี้ยของ Fed และเพิ่มความผันผวนให้กับราคาทองคำ
 

 
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังคงแกว่งตัวในกรอบ ขณะที่ตลาดอยู่ในภาวะ Wait and See ก่อนการประกาศข้อมูลแรงงานสหรัฐฯ ในวันนี้วิเคราะห์ว่าราคามีโอกาสผันผวนเพิ่มขึ้นในช่วงประกาศตัวเลข โดยทิศทางระยะสั้นจะขึ้นอยู่กับผลของข้อมูลและการตอบสนองของตลาด จึงควรระมัดระวังความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในช่วงดังกล่าว

ประเมินกรอบระยะสั้นของ Gold Spot แนวรับอยู่ที่ 4,110 เหรียญ และ 4,060 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 4,220 เหรียญ และ 4,260 เหรียญ สำหรับทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ 65,500 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 66,800 บาท

ด้าน Gold COMEX (GCZ26) แนวรับอยู่ที่ 4,140 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,250 เหรียญ ส่วน Gold Online Futures (GOZ26) แนวรับอยู่ที่ 4,170 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,280 เหรียญ สำหรับ Gold Futures 10 บาท (GF10V26) แนวรับอยู่ที่ 65,900 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 67,200 บาท

โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

 
 
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

แนะนำซื้อขายในกรอบ "Sideway Down" และพิจารณาการลดสถานะการซื้อลง รอให้เกิดสัญญาณกลับตัวตามกรอบแนวรับ เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่ราคาอาจปรับตัวลงต่อ พร้อมบริหารความเสี่ยง

- นักลงทุนที่ถือ Long Position
ลดสถานะการซื้อ หรือ Long position ในระยะสั้นต้องระมัดระวังแรงขาย เนื่องจากอยู่ในช่วงการปรับฐาน ราคาอาจจะขึ้นเพื่อลงต่อจนกว่าจะสร้างฐานราคาใหม่ได้

- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งปิดกำไรตามรอบ หากเปิดสถานะใหม่ควรรอเปิดสถานะบริเวณแนวต้าน และมีจุด Stop Loss ทุกครั้ง
 

บันทึกโดย : วันที่ : 02 ต.ค. 2569 เวลา : 11:03:55

02-10-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 2, 2026, 12:40 pm