
ทิศทางราคาทองคำ
ราคาทองคำตลาดโลกยังทรงตัวบริเวณ 4,150 เหรียญ หลังเมื่อวานมีแรงซื้อกลับจากจุดต่ำสุดบริเวณ 4,103 เหรียญ ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 4,184 เหรียญ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 81 เหรียญ ราว 2% จากแรงหนุนของ Bond Yield ที่ปรับลดลงและดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ดัชนีดอลลาร์เช้านี้ยังทรงตัวในระดับสูงบริเวณ 102 จุด ขณะที่ US 10Y Yield กลับมาทรงตัวแถว 5.3% จึงยังเป็นปัจจัยจำกัดการปรับขึ้นของทองคำ
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง โดย Brent บริเวณ 104 เหรียญ และ WTI 92 เหรียญต่อบาร์เรล ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ สหรัฐฯ ยังคงเปิดทางเจรจากับอิหร่าน โดย JD Vance รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่าข้อตกลงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่ออิหร่านลดขีดความสามารถในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การเจรจากับ ประธานาธิบดี Masoud Pezeshkian และ Abbas Araqchi รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เพื่อยุติสงครามและเปิดช่องแคบ Hormuz ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้
ภาพรวมปัจจัยแวดล้อมจึงยังไม่เอื้อต่อการปรับขึ้นของทองคำมากนัก แม้ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเริ่มอ่อนแอลง ขณะที่เงินบาทอ่อนค่าบริเวณ 33.65 บาทต่อดอลลาร์ ช่วยลดแรงกดดันต่อราคาทองคำในประเทศบางส่วน อย่างไรก็ตาม ทองคำไทยยังปรับตัวตามราคาทองคำโลกและทรงตัวบริเวณ 65,900 บาท วิเคราะห์ว่า ราคาทองคำยังมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ โดยตลาดรอติดตาม FOMC Minutes ในคืนนี้ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยของ Fed และมุมมองต่อนโยบายการเงินในระยะถัดไป
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways โดยยังไม่มีสัญญาณเลือกทิศทางที่ชัดเจน วิเคราะห์ว่าหากราคายังสามารถรักษาระดับเหนือ 4,100 เหรียญ ได้ มีโอกาสแกว่งตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,200 เหรียญ อย่างไรก็ตามหากยังไม่สามารถผ่านและยืนเหนือระดับดังกล่าวได้อย่างมั่นคง ภาพระยะสั้นจะยังคงเป็นการแกว่งตัวในกรอบเป็นหลัก
ประเมินกรอบระยะสั้นของ Gold Spot แนวรับอยู่ที่ 4,100 เหรียญ และ 4,050 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 4,200 เหรียญ และ 4,250 เหรียญ สำหรับ ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ 65,500 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 66,500 บาท
ด้าน Gold COMEX (GCZ26) แนวรับอยู่ที่ 4,130 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,230 เหรียญ ส่วน Gold Online Futures (GOZ26) แนวรับอยู่ที่ 4,155 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,255 เหรียญ สำหรับ Gold Futures 10 บาท (GF10V26) แนวรับอยู่ที่ 65,950 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 66,950 บาท
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำให้ซื้อขายในกรอบระยะสั้น ตามแนวโน้ม “Sideways” ในกรอบ รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว และแบ่งขายปิดทำกำไรตามกรอบแนวต้าน ทั้งนี้ควรระมัดระวังความผันผวนของราคา
- นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบแนวต้าน รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับ แต่หากราคาหลุดกรอบ Sideway ควรมีการตั้ง Stop Loss
- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบ หากจะเปิดสถานะใหม่ รอราคาเกิดการกลับตัวตามกรอบแนวต้าน แต่หากราคาทะลุกรอบ Sideway ขึ้นไป ควรมีการตั้ง Stop Loss
ข่าวเด่น